Thailandia

จีนฆ่าไม่ตาย! ม.กรุงเทพพร้อมปั้นผู้เชี่ยวชาญภาษาจีน กับสาขาภาษาจีนธุรกิจ รับจีนเปิดประเทศหลังโควิด 

ประชาชาติ - Gio, 16/07/2020 - 01:30

        สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาจสร้าง “ความปกติใหม่” หรือ “New Normal” ให้กับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในหลากหลายมิติ แต่สิ่งหนึ่งที่โควิด-19 ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง “ความปกติ” เดิมให้กลายเป็น “ความปกติใหม่” ได้ ก็คือตลาดงานที่ต้องการผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาที่สามอย่างเช่นภาษาจีน

        เนื่องจากจีนเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจ มีประชากรจำนวนมหาศาล และเป็นคู่ค้าสำคัญกับนานาประเทศทั่วโลก ภาษาจีนจึงถือเป็นภาษาสากลภาษาที่สองของโลกนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ และสำหรับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจกับจีนด้วยแล้ว ภาษาจีนยิ่งมีความสำคัญ เพราะคนจีนส่วนใหญ่ไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษ จึงจำเป็นต้องมีความรู้ภาษาจีนด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

        และแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะทำให้การค้าระหว่างจีนกับนานาประเทศชะลอตัว กระทั่งเศรษฐกิจของจีนหดตัวรุนแรง แต่ทั่วโลกก็มีความเชื่อมั่นว่า จีนจะยังคงฐานะประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลกไว้ได้ ดังที่สำนักข่าวซินหัวของจีนเผยว่า เศรษฐกิจภายในจีนกลับมาเติบโตอย่างเป็นลำดับนับจากเดือนเมษายนที่ผ่านมา อีกทั้งจีนยังมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมสภาพคล่องให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ทำให้ธุรกิจโดยรวมของประเทศฟื้นตัวค่อนข้างรวดเร็ว นอกจากนี้กองทุน IMF ยังวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจจีนจะกลับมาเติบโตถึงร้อยละ 9.2 ในปีหน้า ดังนั้นใครที่คิดว่า การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 ในจีนนั้น จะทำให้ฐานะประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกสั่นคลอน จึงนับเป็นความคาดการณ์ที่ไม่ถูกต้อง 

        และเพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปิดประเทศอย่างเต็มที่อีกครั้งของจีน สาขาภาษาจีนธุรกิจ วิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงถือเป็นสาขาที่เหมาะสำหรับผู้สนใจจะศึกษาภาษาจีนให้ถ่องแท้เพื่อใช้ทำธุรกิจกับจีน เนื่องจากสาขานี้จะบ่มเพาะให้ผู้เรียนมีความเชี่ยวชาญครบทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน โดยออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานการวัดระดับภาษาจีนสากล (HSK) พร้อมทั้งติดอาวุธให้ผู้เรียนด้วยศาสตร์ความรู้ด้านการทำธุรกิจกับจีน เช่น กระบวนการนำเข้า-ส่งออกสินค้าที่มีรายละเอียดและขั้นตอนเฉพาะตัว ธรรมเนียมวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีน ฯลฯ พร้อมทั้งช่วยสร้างเครือข่ายและการเข้าถึง community จีน ผ่านทางคณาจารย์ทั้งชาวจีน ชาวไทย และพันธมิตรภาครัฐและเอกชนที่อยู่ใน ecosystem ของวิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ นอกจากนี้อาจารย์ยังทำหน้าที่เป็นโค้ชให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนค้นพบเป้าหมายทางอาชีพของตนเอง

        ดร.นิธิวดี จรรยาสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า “แม้ไทยจะมีความสัมพันธ์กับจีนมายาวนาน แต่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจกับจีน เพราะจีนเป็นประเทศใหญ่ แต่ละพื้นที่มีความเฉพาะตัวแตกต่างกัน การจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจจีนในทุกมิติ ดังนั้นเพื่อให้นักศึกษาสามารถนำทั้งความรู้ทางภาษาและความรู้ในการทำธุรกิจ ไปต่อยอดในอาชีพการงานได้เหนือกว่าผู้ที่มีความรู้ด้านภาษาเพียงอย่างเดียว นอกจากทางสาขาภาษาจีนธุรกิจจะบ่มเพาะความรู้ด้านภาษาจีนที่เข้มข้นให้แก่นักศึกษาแล้ว เรายังเสริมความรู้ให้รอบด้าน เช่น กฎระเบียบด้านการค้าการลงทุน ธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ฯลฯ รวมทั้งทักษะทางด้านการตลาดดิจิทัลซึ่งสอดรับกับ New Normal ของโลกที่ทำการค้าบนช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งมีแพลตฟอร์มออนไลน์แตกต่างจากประเทศอื่นทั่วโลก การเขียนภาษาจีนที่ใช้ทางการตลาดออนไลน์ก็แตกต่างไปด้วย โดยปัจจุบันสาขาภาษาจีนธุรกิจแบ่งเป็น 2 แทร็คมุ่งเน้น คือ ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และ ธุรกิจการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองทุกเป้าหมายในการทำงานของนักศึกษา”

        ใครที่อยากทำธุรกิจกับจีน หรืออยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับชาวจีน จึงควรคว้าโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานด้วยการเรียนรู้ภาษาจีนธุรกิจ พร้อมรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนอีกครั้ง เพราะประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า จีนยังคงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกที่ฆ่าไม่ตายมาโดยตลอด แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นก็ตาม รวมถึงวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับ: จีนฆ่าไม่ตาย! ม.กรุงเทพพร้อมปั้นผู้เชี่ยวชาญภาษาจีน กับสาขาภาษาจีนธุรกิจ รับจีนเปิดประเทศหลังโควิด 

Categorie: Thailandia

ผลตรวจโควิดระยองวานนี้ 1,336 คนไม่พบเชื้อ 416 ราย รอผลตรวจอีก 920 ราย

ประชาชาติ - 2 ore 21 min fa

ศูนย์โควิด-19 จังหวัดระยอง แจ้งว่า ทางสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค ได้ รายงานผลการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประชาชนที่มารับการตรวจวานนี้(14ก.ค.) จำนวน 1,336 ราย ไม่พบเชื้อ 416 ราย รอผลตรวจ 920 ราย

ส่วนกทม.มีประชาชนมารับการตรวจ จำนวน 267 ราย ไม่พบเชื้อ 144 ราย รอผลตรวจอีก 123 ราย

อ่านข่าวต้นฉบับ: ผลตรวจโควิดระยองวานนี้ 1,336 คนไม่พบเชื้อ 416 ราย รอผลตรวจอีก 920 ราย

Categorie: Thailandia

โควิดพ่นพิษ! ส่อยกเลิกสร้างหอชมเมือง “ธนารักษ์” วอนทบทวนก่อนตัดสินใจ

ประชาชาติ - 3 ore 45 min fa

นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์เปิดเผยถึงกรณีโครงการก่อสร้างหอชมเมือง ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องการขอยกเลิกสัญญาการก่อสร้าง เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ไม่คุ้มค่าต่อการก่อสร้างนั้น กรมได้ขอให้เจ้าของกลับไปทบทวนอีกครั้ง ค่อยกลับมาหารือกัน ถ้าหากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น ซึ่งอาจจะไม่มีการยกเลิกโครงการก็ได้

ส่วนการก่อสร้างหอชมเมืองนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการออกแบบ หากเจ้าของโครงการขอยกเลิกสัญญาก่อสร้าง กรมสามารถยึดค่าธรรมเนียมการเช่าที่เจ้าของโครงการจ่ายมาก่อนหน้านี้ 200 ล้านบาทได้ อย่างไรก็ดี จะต้องเข้าไปดูในรายละเอียดสาเหตุการยกเลิกสัญญา และเงื่อนไขต่างๆ ด้วย

“ยังไม่ได้สรุปชัดเจนว่าจะยกเลิกโครงการหรือไม่ ตอนนี้ได้ขอให้เจ้าของโครงการกลับไปทบทวน ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นก็อาจจะไม่ยกเลิกก็ได้ ซึ่งกรมก็พร้อมที่จะสนับสนุน ส่วนค่าธรรมเนียมการเช่าที่ที่เจ้าของโครงการจ่ายมาก่อน 200 ล้านบาท กรมสามารถยึดได้ หากมีการยกเลิกสัญญา แต่ก็ต้องไปดูในรายละเอียดว่าสาเหตุมาจากอะไร”

ทั้งนี้ มูลนิธิหอชมเมืองฯเป็นผู้ได้รับสัญญาเช่าที่ดินเนื้อที่กว่า 4 ไร่ ซึ่งพื้นที่ส่วนนั้นเป็นท่าเรือเก่า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ติดกับโครงการไอคอมสยาม และตรงข้ามกับโรงแรมโอเรียลเต็ล ตั้งอยู่ในเขตคลองสาน ซอยเจริญนคร 7

อ่านข่าวต้นฉบับ: โควิดพ่นพิษ! ส่อยกเลิกสร้างหอชมเมือง “ธนารักษ์” วอนทบทวนก่อนตัดสินใจ

Categorie: Thailandia

รัฐมนตรี 4 กุมารเครียดหนัก ลุ้นยื่นจดหมายลาออกที่ทำเนียบ 16 กค. นี้

ประชาชาติ - 4 ore 7 min fa

วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 หลังจากมีการยืนยันจากผู้ใกล้ชิด รัฐมนตรีกลุ่ม 4 กุมารว่า จะมีการยื่นหนังสือลาออก ที่ทำเนียบรัฐบาลผ่าน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนารัฐมนตรี ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.00 น. ทั้งนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง,นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง

โดยเตรียมแถลงข่าวลาออกด้วยนั้น ในช่วงค่ำ นายสนธิรัตน์ ได้เข้าไปที่กระทรวงพลังงาน และพบกับผู้สื่อข่าว โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “ยังไม่รู้เลยครับ ใครบอก”

ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า จะพูดอะไรเกี่ยวกับข่าวที่มีการลาออก หรือไม่ แต่นายสนธิรัตน์ ก้มหน้านิ่ง เดินหันหลัง ไม่ตอบคำถาม ใดๆ พูดแต่เพียงสั้นๆ ว่า “ตอนนี้ไม่มีอะไรจะพูดครับ”

ขณะที่ คนใกล้ชิดนายอุตตม,นายสุวิทย์ บอกกับนักข่าวเช่นกันว่า “นายไม่สะดวก ที่จะตอบคำถามวันนี้”

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปรับ ครม. ศึกชิงกระทรวงพลังงาน เส้นทาง “สนธิรัตน์-ไพรินทร์-สุริยะ”

https://www.prachachat.net/politics/news-486134

อ่านข่าวต้นฉบับ: รัฐมนตรี 4 กุมารเครียดหนัก ลุ้นยื่นจดหมายลาออกที่ทำเนียบ 16 กค. นี้

Categorie: Thailandia

เลื่อนอีกแล้ว! สายสีแดง “รถไฟฟ้ามาราธอน” ขยับวันเปิดถึงปี’66 

ประชาชาติ - 4 ore 55 min fa

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต งานด้านโยธาก่อสร้างไปแล้ว 70-80% ปัญหาสำคัญขณะนี้ติดขัดเรื่องการเดินรถ เนื่องจากงานสัญญา 3 งานออกแบบและก่อสร้างรางรถไฟ, ระบบไฟฟ้าและส่งกำลัง, ระบบอาณัติสัญญาณ, ระบบติดต่อสื่อสาร, ระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ และตู้รถโดยสาร มูลค่าสัญญา 32,399.99 ล้านบาท เกิดความล่าช้าและผู้รับจ้างขอยืดเวลาก่อสร้างอีก 500 วัน ทำให้ต้องเลื่อนกำหนดเปิดให้บริการจากภายในปี 2564 เป็นปี 2566 

และจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินรถใหม่จากเดิมที่ให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ มาเป็นผู้เดินรถได้เปลี่ยนให้ศึกษารูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) แทน โดยเปิดประมูลสัญญาเดียวทั้งก่อสร้างส่วนต่อขยาย งานติดตั้งระบบและจัดหาขบวนรถที่การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)ลงทุนไปแล้วและการเดินรถ โดยคาดว่าจะสรุปผลการศึกษาภายในเดือนส.ค.นี้ 

“เนื้องานของการศึกษา ให้รวมรูปแบบการบริหารสถานีกลางบางซื่อ และงานบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ในรายทาง 29 สถานีด้วย เพราะจากผลการศึกษาที่มีระบุว่า หากปล่อยให้มีการบริหารจัดการแบบเดิม การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะขาดทุนอีก 7 ปี คิดเป็นวงเงินประมาณ 600-700 ล้านบาท และให้รวมงานก่อสร้างส่วนต่อขยายอีก 4 เส้นทางวงเงินรวม 67,575.37 ล้านบาทด้วย”

สำหรับงานก่อสร้าง ประกอบด้วย ช่วงรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ 6,570.40 ล้านบาท ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา 10,202.18 ล้านบาท ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช 6,645.03 ล้านบาท และบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก (Missing Link) และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง รวมระยะทาง 25.9 กม. วงเงิน 44,157.76 ล้านบาทเข้ามาในนี้ด้วย 

อ่านข่าวต้นฉบับ: เลื่อนอีกแล้ว! สายสีแดง “รถไฟฟ้ามาราธอน” ขยับวันเปิดถึงปี’66 

Categorie: Thailandia

เข้าใจ รู้ทัน ป้องกัน “ไข้เลือดออก”

สุขภาพดีกับรามาฯ ผศ.ดร.นพ.นพพร อภิวัฒนากุล

โรคไข้เลือดออกเกิดจากการติด “เชื้อไวรัสเดงกี” ซึ่งมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์คือ สายพันธุ์ 1, 2, 3 และ 4 การระบาดมักเกิดในช่วงฤดูฝน โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งในอดีตจะพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมากในวัยเด็ก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มอายุผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้เลือดออกได้ขยายไปยังกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่วัยทำงานมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันตัวเลขของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

อาการของโรคไข้เลือดออก

อาการและความรุนแรงของโรคไข้เลือดออกที่เกิดขึ้นในวัยเด็กและผู้ใหญ่นั้นไม่ต่างกันมาก เนื่องจากอายุไม่ได้เป็นตัวชี้ชัดแน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความรุนแรงที่ต่างกันของแต่ละสายพันธุ์ รวมไปถึงพันธุกรรมของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน แม้จะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกสายพันธุ์เดียวกัน ก็มีอาการความรุนแรงไม่เท่ากัน โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกจะมาด้วยอาการเบื้องต้นที่เหมือนกัน ดังนี้

– มีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 38 องศาเซลเซียส

– ปวดเมื่อยตามตัว บางรายปวดไปถึงกระดูก

– คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร

– มีเลือดออกที่ผิวหนัง เป็นจุดเลือดเล็ก ๆ กระจายอยู่ตามแขน ขา ลำตัว รักแร้

– มีเลือดกำเดา หรือเลือดออกตามไรฟัน

– เกล็ดเลือดต่ำ

– อุจจาระเป็นเลือด

ระยะของไข้เลือดออก

ไข้เลือดออกสามารถแบ่งได้ 3 ระยะด้วยกันคือ ระยะไข้สูง เป็นช่วงที่ไม่อันตรายเท่าไร แต่อาจทำให้ผู้ป่วยอ่อนเพลีย หมดแรง อาเจียน รับประทานอาหารได้น้อย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อผ่านระยะไข้สูงแล้วจะเข้าสู่ระยะฟื้นตัวที่ร่างกายจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นจนกลับมาสู่ภาวะปกติ แต่จะมีผู้ป่วยส่วนน้อยที่เข้าสู่ระยะวิกฤต ซึ่งเป็นช่วงที่เป็นอันตรายที่สุดโดยเป็นช่วงที่ผู้ป่วยมีไข้สูงและไข้ลดลง แล้วมีอาการช็อกตามมา

วิธีการรักษา

สำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งมีไข้ แนะนำให้พักผ่อนมาก ๆ ดื่มน้ำ รับประทานอาหารอ่อน ๆสามารถรับประทานยาพาราเซตามอลได้ ไม่ควรรับประทานยาไอบูโพรเฟน หรือแอสไพริน หากผู้ป่วยมีไข้ได้ประมาณ 3-4 วันแล้วไม่ลด แพทย์จะทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออกหรือไม่ หากเจาะเลือดแล้วพบว่าเกล็ดเลือดต่ำ แพทย์จะแนะนำให้นอนโรงพยาบาลเพื่อรับน้ำเลือดและติดตามสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด เพราะผู้ป่วยอาจเข้าสู่ระยะวิกฤตได้ ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเดงกีโดยเฉพาะ

เป็นแล้วกลับมาเป็นอีกได้หรือไม่

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า โรคไข้เลือดออกมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ เพราะฉะนั้น คนหนึ่งคนสามารถเป็นไข้เลือดออกได้ถึง 4 ครั้ง เช่น หากเคยเป็นไข้เลือดออกสายพันธุ์ที่ 1 แล้วหาย ร่างกายจะมีภูมิต้านทานไข้เลือดออกสายพันธุ์ที่ 1 ซึ่งจะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก แต่ก็มีโอกาสที่จะเป็นไข้เลือดออกสายพันธุ์อื่น ๆ ที่เหลือได้ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นโรคไข้เลือดออกครั้งแรกนั้น อาการจะไม่รุนแรงมาก แต่หากได้รับการติดเชื้อเป็นครั้งที่ 2 อาการของผู้ป่วยบางรายจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่ก็พบได้กับคนส่วนน้อยเท่านั้น

วิธีการป้องกัน

เนื่องจากไข้เลือดออกมีสาเหตุมาจากยุงลายเป็นพาหะนำโรค ดังนั้น ควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและชุมชนด้วยการปิดฝาภาชนะที่มีน้ำขังให้มิดชิด ไม่ให้ยุงเข้าไปวางไข่ได้ เปลี่ยนน้ำในภาชนะทุกสัปดาห์ ดูแลความสะอาดปรับสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านให้ปราศจากภาชนะที่มีน้ำขังได้ เช่น ยางรถยนต์ จาน ชามเก่าที่วางทิ้งไว้ เป็นต้น

หมายเหตุ : ผศ.ดร.นพ.นพพร อภิวัฒนากุล สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

อ่านข่าวต้นฉบับ: เข้าใจ รู้ทัน ป้องกัน “ไข้เลือดออก”

Categorie: Thailandia

ผู้ว่าโคราชเผย ปชช. กลับจากระยอง 3 รายที่มีไข้ ผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด

ประชาชาติ - 5 ore 4 min fa
ผู้ว่าโคราชเผยประชาชนกลับจากระยอง 3 ราย ที่มีอาการไข้เข้าข่ายป่วยโควิด-19 ผลตรวจออกแล้วไม่พบเชื้อ แต่ยังต้องเฝ้าติดตามอาการ และกักตัว 14 วัน

เย็นวันนี้ (15 กรกฎาคม 2563) นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีที่ประชาชน 3 ราย แยกเป็น อำเภอปากช่อง 2 ราย และอำเภอเมืองนครราชสีมา 1 ราย ได้มารายงานตัวว่าเดินทางกลับมาจากจังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคมที่ผ่านมา และมีอาการป่วยเป็นไข้ และมีอาการเจ็บคอ ล่าสุดผลตรวจร่างกายทั้ง 3 คนไม่พบว่าติดเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังต้องกักตัวทั้ง 3 คนไว้ และเฝ้าติดตามอาการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 14 วัน ตามขั้นตอนของสาธารณสุข

อ่านข่าวต้นฉบับ: ผู้ว่าโคราชเผย ปชช. กลับจากระยอง 3 รายที่มีไข้ ผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด

Categorie: Thailandia

กรุงไทย ชี้ โควิด-LTV ทุบยอด โอนบ้านวูบ 27% เหลือ 4.2 แสนล้าน 

ประชาชาติ - 5 ore 8 min fa
ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย ประเมินผลโควิด-มาตรการ LTV ฉุดยอดโอนที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑลหดตัว 27% เหลือ 4.2 แสนล้านบาท ชี้ ดีมานด์ต่างประเทศหายวับ 40% หรือ 6.5 พันล้านบาท คาดตลาดบ้านพลิกกลับมาใช้เวลา 4-5 ปี

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในปีนี้ ถูกบั่นทอนอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยผู้บริโภคไทยได้รับผลกระทบจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าจะหดตัวอย่างรุนแรง (Deep Recession) ถึง -8.8% และมาตรการอัตราส่วนการปล่อยสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ของแนวทางการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 

นอกจากนี้ หากดูความต้องการซื้อของผู้บริโภคต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนที่มีสัดส่วนมากกว่า 50% จากยอดซื้อขายของต่างประเทศทั้งหมดที่มีประมาณ 15-20% ได้รับผลกระทบจากมาตรการ ล็อกดาวน์ ทำให้ไม่สามารถซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในไทยได้ โดยในช่วง 4 เดือนแรกยอดลดลง 40% หรือคิดเป็นมูลค่า 6,500 ล้านบาท และหากดูเฉพาะในเดือนเมษายนที่มีการล็อกดาวน์ยอดลดลงถึง 60% 

ดังนั้น ศูนย์วิจัยฯ คาดว่าจากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ยอดยอดจองเปิดใหม่ (Pre-sale) ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องจาก 20% ในไตรมาสที่ 4/2562 มาอยู่ที่ 15% ในไตรมาสที่ 1/2563 และมีโอกาสลดต่ำลงเหลือ 12% ในไตรมาสที่ 2/2563 

ทั้งนี้ ประเมินว่าตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปีนี้ มูลค่าลดลง 27% จาก 5.7 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา เหลือ 4.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรร  2.4 แสนล้านบาท ติดลบ 24% คอนโดมิเนียม 1.8 แสนล้านบาท ติดลบ 30% ส่งผลให้สต็อกเหลือขายในภาพรวม มีโอกาสขยายตัว 5% ขึ้นไปแตะ 185,000 ยูนิต แม้ผู้พัฒนาอสังหาฯ จะปรับลดการเปิดโครงการใหม่ลงเกือบ 40% จากปีที่ผ่านมาก็ตาม

“โควิด-19 ทำให้ความตั้งใจซื้อที่อยู่อาศัยหายไปราว 1 ใน 3 โดย 80% ของผู้บริโภคเลื่อนการซื้อออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากต้องให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิต และการลงทุนในอสังหาฯขณะนี้ให้ผลตอบแทนไม่ดีนัก ซึ่งทางออกของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ฯที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือการเลื่อนการก่อสร้างออกไป รอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และคาดว่าตลาดที่อยู่อาศัยต้องใช้เวลาอีก 4-5 ปี ถึงจะกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19”

นายกณิศ อ่ำสกุล นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยลดลง ยังพบ 3 พฤติกรรมหลักๆของผู้บริโภคบางกลุ่มอาจเปลี่ยนไปอย่างถาวร (New Normal) ได้แก่ เปลี่ยนช่องทางการซื้อที่อยู่อาศัยผ่านทางออนไลน์ โดยในช่วงเกิดโควิด-19 มีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของผู้พัฒนาอสังหาฯ ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 40% จาก 8,400 ครั้ง เพิ่มขึ้นเป็น 11,700 ครั้ง ทำให้กลายเป็นช่องทางหลักของผู้พัฒนาฯ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับขนาดของที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยยอมอยู่ไกลกว่าเดิม เพื่อรองรับกิจวัตรประจำวันที่ต้องใช้เวลาในที่อยู่อาศัยนานขึ้น เช่น การ Work From Home และสุดท้ายผู้บริโภคหวงแหนความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ต้องการใช้พื้นที่ส่วนกลางแบบมีพื้นที่ส่วนตัว เพื่อตอบโจทย์ด้านสุขภาพและความปลอดภัย

“ผู้พัฒนาอสังหาฯ ควรพิจารณาแนวทางต่าง ๆ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป อาทิ การนำเทคโนโลยี Virtual Visits มาสนับสนุนการซื้ออสังหาฯ ผ่านทางออนไลน์ โดยสามารถชมโครงการได้อย่างเสมือนจริง ปรับแผนมาพัฒนาบ้านแนวราบมากขึ้น เช่น บ้านแฝด และทาวน์เฮ้าส์ ที่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าคอนโดมิเนียม ออกแบบคอนโดมิเนียมในบางทำเล ให้มีห้อง One Bed Plus แทน Studio มากขึ้น ตลอดจนการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางใหม่ให้สามารถนั่งแยกกัน  และติดตั้งอุปกรณ์ Touchless เพื่อลดโอกาสที่ผู้บริโภคจะสัมผัสกันให้น้อยที่สุด”

อ่านข่าวต้นฉบับ: กรุงไทย ชี้ โควิด-LTV ทุบยอด โอนบ้านวูบ 27% เหลือ 4.2 แสนล้าน 

Categorie: Thailandia

ส่อง “พริตตี้” มอเตอร์โชว์ ในยุค นิวนอร์มอล

ประชาชาติ - 5 ore 12 min fa

เริ่มแล้ว สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41  (The 41th Bangkok International Motor Show 2020 ) ท่ามกลางสถานการร์การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19

ผู้จัดงานได้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้กับผู้ร่วมงานสูงสุดไม่เว้นแม้แต่ บรรดาประชาสัมพันธ์สาวๆ หรือ พริตตี้ ผู้ค่อนแนะนำผลิตภัณฑ์ให้กับค่ายรถยนต์จักรยานยนต์ยี่ห้อต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อรับกับสถานการณ์ในยุค New Normal เช่นเดียวกันจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกัน

#td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item1 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/054A3418.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item2 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/Isuzu-3.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item3 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/All-new-Honda-City.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item4 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/IMG_8502-1.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item5 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/Huracan-EVO-RWD-Spyder_9.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item6 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/Nissan-03.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item7 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/VIP-DAY_15.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item8 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/Nissan-03-1.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item9 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/05_MMTh-at-BIMS2020-1.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item10 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/PRESS-DAY_5.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item11 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/054A3437.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item12 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/Vroom_018.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item13 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/IMG_6211_res.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item14 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/The-New-Audi-TT-RS_2.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item15 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/33-ยามาฮ่า-เฉลิมฉลอง-65-ปี-จัดทัพใหญ่ร่วมงาน-บางกอก-อินเตอร์เนชั่นแนล-มอเตอร์โชว์-ครั้งที่-41.jpg) 0 0 no-repeat; } #td_uid_1_5f0f15fd12e17 .td-doubleSlider-2 .td-item16 { background: url(https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2020/07/Isuzu-4.jpg) 0 0 no-repeat; } 1 of 16

อ่านข่าวต้นฉบับ: ส่อง “พริตตี้” มอเตอร์โชว์ ในยุค นิวนอร์มอล

Categorie: Thailandia

ศูนย์โควิดระยอง เผยผลตรวจพนักงาน รร. กลุ่มผู้สัมผัสทหารอียิปต์ 9 รายไม่พบเชื้อ

ประชาชาติ - 5 ore 36 min fa
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์โควิด-19 จังหวัดระยอง รายงานผลการตรวจเชื้อโควิด-19 กรณีทหารอียิปต์ กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 9 ราย ได้แก่ ผู้จัดการโรงแรม 2 ราย ,พนักงาน 1 ราย ,แม่บ้าน 4 ราย ,คนขับรถ 2 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อ

ขณะเดียวกันได้แจ้งให้ประชาชนที่เดินทางไปยังโรงแรมดีวารี ดีว่า เซ็นทรัล ระยอง ระหว่างวันที่ 8 – 11 ก.ค. 2563 และห้างสรรพสินค้าแพชชั่น ช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น ในวันที่ 10 ก.ค. 2563 ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองโดยด่วน 

โทรศัพท์ 081-865-7090, 092-987-8539 และ 086-303-2625 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ที่ท่านอยู่อาศัย

โดยมีคำสั่งจังหวัดระยอง ที่ 10192/2563 ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 เรื่อง ให้ประชาชนที่เดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปรับการตรวจหรือรักษา

อ่านข่าวต้นฉบับ: ศูนย์โควิดระยอง เผยผลตรวจพนักงาน รร. กลุ่มผู้สัมผัสทหารอียิปต์ 9 รายไม่พบเชื้อ

Categorie: Thailandia

“ประยุทธ์” ให้กำลังใจชาวระยอง ยืนยันจะแก้ปัญหาโควิดให้ดีที่สุด

ประชาชาติ - 5 ore 43 min fa

นายกรัฐมนตรีห่วงใยพี่น้องชาวระยอง ขอให้มั่นใจระบบสาธารณสุขไทยเข้มแข็ง กำชับจังหวัด เร่งประชาสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่น

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ ใน 3 สถานที่สำคัญ ได้แก่ โรงแรม D Varee   ห้าง Passion (ห้างแหลมทอง) พร้อมพบปะให้กำลังใจประชาชน ณ ตลาดสดสตาร์

เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีเดินทางไปจุดแรกที่โรงแรม D Varee เพื่อรับฟังรายงานจากนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชค ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัด โดยนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจสอบถามขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ พร้อมกำชับผู้ปฏิบัติหน้างานทุกระดับต้องทำงานเชิงรุก เน้นการสื่อสารทุกระดับ สอดประสานอย่างละเอียด ต้องปิดทุกช่องว่างในโครงสร้างการทำงาน ขอให้มั่นใจรัฐบาลต้องทำงานให้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์

จากนั้นเดินทางต่อไปห้าง Passion (ห้างแหลมทอง) โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวทักทายและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่มารอรับการตรวจหาเชื้ออโควิด-19 โดยรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย พระราชทาน โดยขอให้ประชาชนดูแลสุขอนามัย สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

ต่อมา นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางไปยังตลาดสดสตาร์ เพื่อพบปะให้กำลังใจพ่อค้าและแม่ค้า โดยวันนี้ตั้งใจเดินทางมาระยองด้วยตนเอง ขอให้มั่นใจไทยมีระบบการแพทย์ที่เข้มแข็ง ขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ ที่สำคัญทุกคนอย่าสร้างความตื่นกลัว คนไทยต้องร่วมมือกัน เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน โดยตลอดเส้นทางมีพี่น้องประชาชนตะโกนให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี “สู้สู้” ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบกลับไปว่า “ระยองสู้สู้” พร้อมอวยพรให้พ่อค้าแม่ค้าชาวตลาด ค้าขายดีนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป โดยกำชับให้จังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชาวระยองด้วย  

ทั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับประชาชนผ่านสื่อมวลชน ขอให้เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของไทย ทีมแพทย์ไทย ไม่มีใครอยากให้สถานการณ์เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลจะทำดีที่สุด โดยนายกรัฐมนตรีใช้เวลาในการเดินตลาดร่วม 30 นาทีก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

อ่านข่าวต้นฉบับ: “ประยุทธ์” ให้กำลังใจชาวระยอง ยืนยันจะแก้ปัญหาโควิดให้ดีที่สุด

Categorie: Thailandia

เอ.พี.ฮอนด้า ถล่มตลาดมอเตอร์ไซค์ ส่ง 2 รุ่นใหม่ กระตุ้นยอดขาย

ประชาชาติ - 5 ore 51 min fa

เอ.พี. ฮอนด้า  เปิดตัวรถใหม่ล่าสุดถึงสองรุ่น รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ All New Forza350 ระดับท็อปคลาสเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกที่ และ New CT125 Special Edition เอาใจสายสองล้อ  

นายชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งความท้าทายของวงการรถจักรยานยนต์ไทย หลังจากต้องเผชิยกับสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19  และวันนี้ฮอนด้าพร้อมแล้วที่จะกลับมากระตุ้นวงการรถจักรยานยนต์ไทยให้คึกคักอีกครั้ง โดยเริ่มจากในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ด้วยการเปิดตัว All New Forza350 เป็นครั้งแรกของโลกในเมืองไทย ที่พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “Only For The Greatest เพราะที่สุด มีเพียงหนึ่งเดียว”

กับเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 330 ซีซี 4 วาล์ว  พร้อมกระเดื่องวาล์วแบบโรลเลอร์ยูนิแคม ให้อัตราเร่งติดมือ เพิ่มเพลาบาลานเซอร์เพื่อสร้างสมดุลให้เพลาข้อเหวี่ยง หม้อกรองอากาศมีขนาดใหญ่ถึง 5.5 ลิตร เพิ่มประสิทธิภาพในการอัดอากาศเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ พร้อมหม้อน้ำที่ย้ายตำแหน่งมาอยู่ที่ด้านหน้ารถ  พร้อมฟังก์ชันใหม่ มีให้เลือกทั้งหมดสี่สีได้แก่ สีดำ สีขาว-น้ำเงิน สีแดง-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ กับ ราคาแนะนำ 173,500 บาท

นอกจากนี้บริษัทยังได้เปิดตัว CT125 Special Edition   รถจักรยานยนต์ที่จะมาสร้าง Lifestyle Gadget ที่สร้างวัฒนธรรมการขับขี่แบบใหม่ในประเทศไทยแล้ว นี่กับรุ่นแต่งพิเศษที่ติดตั้งชุดแต่งจากแบรนด์ชั้นนำของญี่ปุ่น  ได้แก่ CT125 Military Campster และ CT125 Farm Campster ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 125 คัน เท่านั้น  ราคาแนะนำ 104,900 บาท และ  105,900 บาท

เอ.พี.ฮอนด้า ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษแห่งปีสำหรับงานมอเตอรืโชว์ สำหรับ All New Forza 350 ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 5% ต่อปี ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,600 กว่าบาท พร้อมรับฟรีเสื้อโปโล Forza350

ADV150, CB150R, CBR150R และ PCX Hybrid ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 0.9% ต่อเดือน รับฟรีเสื้อดีไซน์เฉพาะรุ่น, PCX150 ราคาพิเศษเฉพาะในงานเพียง 84,900 บาท และสำหรับสายสปอร์ต CBR250RR รับของแถมมูลค่าสูงถึง 35,000 บาท

อ่านข่าวต้นฉบับ: เอ.พี.ฮอนด้า ถล่มตลาดมอเตอร์ไซค์ ส่ง 2 รุ่นใหม่ กระตุ้นยอดขาย

Categorie: Thailandia

หอการค้าระยองผนึกสภาอุตฯท่องเที่ยว ยื่นหนังสือด่วนให้นายกฯเยียวยาอุ้มภาคธุรกิจ

ประชาชาติ - 5 ore 57 min fa

หอการค้าระยองผนึกสภาอุตฯท่องเที่ยว ยื่นหนังสือด่วนให้นายกฯเยียวยาอุ้มภาคธุรกิจ ที่เสียหายหนัก

นายนพดล ตั้งทรงเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง เปิดเผย ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันนี้ (15ก.ค.63) ทางหอการค้าได้ยื่นหนังสือกับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในโอกาสที่ลงมาพื้นที่จังหวัดระยอง สืบเนื่องจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดระยองในเวลานี้ได้ส่งผลกระทบด้านต่างๆให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ หอการค้าจังหวัดระยองในฐานะตัวแทนภาคประชาชนได้เป็นตัวกลางเพื่อรับข้อมูลความเดือดร้อนจากภาคประชาชนเพื่อนำเสนอสู่ฝ่ายบริหาร

จึงมีมติขอความกรุณาเสนอแนวทางแก้ไขดังนี้ คือ
1.นำเสนอให้เกิดการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)
สัญจรเพื่อเป็นแนวทางมาตรการในการแก้ไขปัญหาและสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องชาวระยอง

2. การสนับสนุนมาตรการด้านการท่องเที่ยวที่ในเวลานี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในวิกฤตการณ์ Covid 19 นี้

3. มาตรการเยียวยาด้านเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดระยองซึ่งถือเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเชื้อไวรัส Covid 19 รอบที่สอง อันส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนในท้องถิ่นไม่สามารถช่วยเหลือตนเองให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ได้

ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นทางหอการค้าจังหวัดระยองขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปถึงฝ่ายบริการในรัฐบาลทุกภาคส่วนและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการพิจารณาจากท่านนายกรัฐมนตรี

นางพิศมัย ศุภนันตฤกษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัดระยอง กล่าวกับ ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันนี้ได้หารือกับหอการค้าจังหวัดระยอง และได้รายงานถึงปัญหาความเดือดร้อนและความเสียหายของผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดระยองให้นายกฯได้ทราบตอนนี้โรงแรมที่พักทั่วจังหวัดถูกยกเลิกการจองห้องพักเฉลี่ย 90-100% ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้องกับคนไทยทั่วประเทศ

“โควิด-19 ไม่ได้เกิดการระบาดในระยอง ผลการจรวจของคนที่พักในโรงแรมเดียวกับที่ทหารอียิปต์พักก็ไม่พบเชื้อ เช่น คนจังหวัดพิษณุโลก 5 คนที่มาสัมมนา แต่ตอนนี้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องจึงอยากให้รัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่น และออกมาตรการมาช่วยภาคการท่องเที่ยว และธุรกิจในห่วงโซ่ที่ถูกกระทบต่อเนื่องกันไปหมดทั้งร้านอาหาร คนขายวัตถุดิบ แม่ค้าในตลาด ฯลฯ “นางพิศมัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการลงพื้นที่วันนี้มีประชาชนนับพันแห่ไปรอพบพลเอกประยุทธ์ เพื่อร้องเรียนถึงความเดือดร้อนที่ได้รับ

อ่านข่าวต้นฉบับ: หอการค้าระยองผนึกสภาอุตฯท่องเที่ยว ยื่นหนังสือด่วนให้นายกฯเยียวยาอุ้มภาคธุรกิจ

Categorie: Thailandia

SoundBox Online ส่งความสนุกจาก Slot Machine-แม็กซ์ เจนมานะ-Twopee Southside ผ่านหน้าจอ

ประชาชาติ - 6 ore 8 min fa

หลังจากที่รัฐบาลประกาศมาตรการคลายล็อกดาวน์เฟส 4 บรรยากาศในวงการคอนเสิร์ตที่ซบเซาก็เริ่มกลับมามีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง ผู้จัดคอนเสิร์ตทั้งรายใหญ่รายเล็กเคลื่อนไหวกันทันทีที่คลายล็อก   

ฝั่งบีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้จัดคอนเสิร์ตรายใหญ่ของไทย ร่วมกับพีเอ็ม เซ็นเตอร์ บริษัทผู้นำในด้านบริการระบบภาพ แสง เสียงแบบครบวงจร และ จู๊กซ์ (JOOX) แพล็ตฟอร์มมิวสิคสตรีมมิ่งชั้นนำของประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดซีรีส์คอนเสิร์ต ภายใต้ชื่อ SoundBox Online ให้ผู้ชมได้ชมกันต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคมนี้ ผ่านช่องทางโมบายแอปพลิเคชั่นของ JOOX

ซีรีส์คอนเสิร์ต SoundBox Online จะมี 3 การแสดงของ 3 ศิลปินชื่อดัง เริ่มจาก Slot Machine “10 ปีจันทร์เจ้า” Virtual Live From The Moon ในวันที่ 18 กรกฎาคม ตามด้วย MAX JENMANA LIVE…NOWHERE NOWHERE IT’S JUST A MATTER OF SPACING ในวันที่ 24 กรกฎาคม แล้วปิดท้ายด้วย Twopee Southside Presents “SouthSide Ambassdor Virtual Live” ในวันที่ 26 กรกฎาคม

เนล ทอมป์สัน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดซีรีส์คอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า โจทย์ใหญ่ที่ผู้จัดโฟกัสมากที่สุดคือเรื่องคุณภาพของโชว์ ทั้งงานโปรดักชั่น แสง สี เสียง และภาพ

“ยิ่งเมื่ออยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์สำคัญมาก คือคนดูจะต้องได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม และคุ้มค่าไม่ต่างจากความรู้สึกของการไปดูไลฟ์คอนเสิร์ต และในส่วนของศิลปินเองก็จะต้องรู้สึกสบายใจ มั่นใจในการนำเสนอโชว์ให้ออกมาดีที่สุด เหมาะกับบุคลิกของศิลปิน และสามารถสัมผัสได้ถึงพลังจากแฟน ๆ ที่ชมอยู่”

Slot Machine ศิลปินรายแรกที่ได้โชว์ในซีรีส์นี้กล่าวถึงคอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า “ด้วยความที่ปีนี้ครบ 10 ปี ของเพลง ‘จันทร์เจ้า’ พวกเราเลยอยากทำอะไรพิเศษ ๆ ให้แฟนเพลง เลยได้มีการปรึกษากันในวงและกับทีมงานว่า อยากพาทุกคนออกไปนอกโลก ไปอยู่บนดวงจันทร์ หรืออยู่ที่ไหนสักแห่งในจักรวาลนี้ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ฉากด้านหลัง แต่ทุกคนจะได้เห็นเราไปเล่นคอนเสิร์ตอยู่บนนั้นจริง ๆ โดยใช้วิชวล กราฟฟิกที่เราไม่สามารถทำได้ในคอนเสิร์ตปกติ แต่เป็นเทคนิคที่สามารถทำได้ในรูปแบบออนไลน์เท่านั้น

ปกติเพลง ‘จันทร์เจ้า’ ที่พวกเราเล่นสดบนเวทีก็จะมีมิติและให้ความสนุกในแบบที่พวกเราเคยสัมผัสกัน แต่คอนเสิร์ตนี้ทุกคนจะได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน พวกเราจึงตื่นเต้นกับโชว์นี้มาก ๆ เพราะนี่คือรูปแบบใหม่ในการทำคอนเสิร์ต ที่จะนำเอาเวอร์ชวลเทคโนโลยีมาผสานกับการแสดงคอนเสิร์ตออนไลน์ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการรับชมคอนเสิร์ตให้กับแฟนเพลงของพวกเรา และครั้งนี้ นอกจากเพลงฮิตแล้ว พวกเราจะนำเพลงที่ไม่ค่อยได้เล่นที่ไหน และเพลงจากอัลบั้มใหม่ที่ยังไม่ได้ปล่อยมาโชว์ เรียกว่าเป็นการดีไซน์โชว์ของพวกเราขึ้นมาใหม่เพื่องานนี้โดยเฉพาะเลยครับ”

รายที่สอง หนุ่มแม็กซ์ เจนมานะ หนุ่มแม็กซ์ พูดถึงความพิเศษของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ว่า “เราไม่ได้เจอกันนาน กลับมาครั้งนี้ผมเลยอยากเชิญชวนแฟน ๆ ทุกคนมาเยี่ยมชมบ้านของผมที่จะมีห้องนั่งเล่นสบายตาให้ทุกคนได้นั่งฟังเพลงอย่างสบายใจไปกับผม ที่รอต้อนรับทุกคนด้วยเสียงเพลงและดนตรีชิลล์ๆ กับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ และไม่ธรรมดามากๆ กับคอนเสิร์ตออนไลน์คุณภาพระดับ HD ทั้งภาพและเสียง ที่ทุกคนสามารถรับชมสด ๆ ชัด ๆ เต็มอิ่ม ได้ทุกที่ผ่านทางแอปพลิเคชั่น JOOX งานนี้ สามารถนำอาหารหรือของว่างมานั่งทานในขณะชมไปด้วยก็ได้นะครับ

คอนเสิร์ตครั้งนี้ ผมอยากสร้างความสุขให้กับทุกคนให้ได้มากที่สุด ดังนั้น นอกจากโปรดักชั่นที่ทุกคนจะได้ชมแล้ว ผมยังได้เตรียมเพลงไว้มากมาย ทั้งจากอัลบั้ม ‘Let There Be Light’ และซิงเกิ้ลอื่น ๆ ที่ผมจะรวบรวมแล้วนำมาเรียบเรียงเพิ่มเติมพาร์ตเครื่องเป่าและนักร้องประสานเสียง ขยายวงให้สนุกสนานมีชีวิตชีวากว่าเดิม นอกจากนี้ อัลบั้ม ‘555!’ อัลบั้มสากลที่ผมทำกับทางญี่ปุ่น ซึ่งยังไม่เคยเล่นที่ไหนมาก่อน ก็จะนำมาเล่นให้ฟังครบเลยครับ ยังไงฝากติดตามกันด้วยครับ วันศุกร์ที่ 24    กรกฎาคมนี  เวลาหนึ่งทุ่ม แล้วมาเจอกันที่บ้านผมนะครับ”

ฝั่งแรปเปอร์ชื่อดัง Twopee พูดถึงความพิเศษของคอนเสิร์ตนี้ว่า “พวกเราไม่อยากให้แฟนเพลงพลาดงานนี้จริง ๆ เราห่างกันไปนานสำหรับการมาสนุกที่คอนเสิร์ตด้วยกัน และอีกอย่างงานนี้ถือเป็นการรวมตัวของวง แบบ Full Team เพื่องาน Twopee Southside Presents SouthSide Ambassador Virtual Live คอนเสิร์ตออนไลน์ครั้งแรกและใหญ่ที่สุดของพวกเรา ตอนนี้พวกเราก็เริ่มซ้อมโชว์กันแล้ว นอกจากนี้เรื่องของกราฟิกดีไซน์จัดเต็มมากจริง ๆ ครับ ที่สำคัญคือ แฟนเพลงที่อยู่ไกลกับพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหน ไกลยังไง นี่เป็นโอกาสเดียวที่จะได้สนุกด้วยกันแบบเต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อมาหาเรา แต่เราจะไปหาแฟน ๆ ทุกคนถึงบ้านผ่านจอนะครับ อยากให้รีบซื้อบัตรกัน รับรองว่ามีอะไรพิเศษ ๆ มาให้ทุกคนแน่นอน แล้วเจอกันวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม นี้ เวลาหนึ่งทุ่ม ทางแอปพลิเคชั่น JOOX เท่านั้น”

บัตรเข้าชมคอนเสิร์ตราคา 499 บาทเท่ากันทั้ง 3 คอนเสิร์ต สำหรับผู้ที่สนใจ ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 0-2262-3838 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.bectero.com, เฟซบุ๊ก www.facebook.com/bectero ทวิตเตอร์ @BEC_Tero_Ent และอินสตาแกรม @BECTERO_ENTERTAINMENT

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สล็อต แมชชีน กล่าวในฐานะตัวแทนกลุ่มศิลปินว่า “พวกเรามองว่านี่คือรูปแบบใหม่ในการทำคอนเสิร์ต ที่นำเอา Virtual เทคโนโลยีมาผสานกับการแสดงคอนเสิร์ต Online เพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการรับชมคอนเสิร์ตสู่แฟนเพลง ซึ่งพวกเราเองก็ตื่นเต้น กับการทำคอนเสิร์ตครั้งนี้มากขอบคุณทาง JOOX, PM Center รวมทั้ง BEC-Tero ค่ายเพลงของพวกเราที่ให้โอกาสทำคอนเสิร์ตในแบบที่พวกเราอยากนำเสนอในครั้งนี้”

 

พลาดไม่ได้กับ SoundBox Online คอนเสิร์ต คุณภาพคมชัดระดับ HD กับศิลปินโปรดดังนี้

 

สล็อต แมชชีน                        วันเสาร์ที่ 18 ก.ค. เวลา 19.00 น. เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 30 มิ.ย. นี้

แม็กซ์ เจนมานะ     วันศุกร์ที่ 24 ก.ค. เวลา 19.00 น. เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 5 ก.ค. นี้

ทูพี เซาท์ไซด์                          วันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. เวลา 19.00 น. เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 5 ก.ค. นี้

 

บัตรราคาเริ่มต้น 499 บาท จำหน่ายที่บูธไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 0-2262-3838

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.bectero.com, เฟซบุค www.facebook.com/bectero ทวิตเตอร์ @BEC_Tero_Ent และอินสตาแกรม @BECTERO_ENTERTAINMENT

 

อ่านข่าวต้นฉบับ: SoundBox Online ส่งความสนุกจาก Slot Machine-แม็กซ์ เจนมานะ-Twopee Southside ผ่านหน้าจอ

Categorie: Thailandia

“เนคเทค” จับคู่ “นักพัฒนา-ธุรกิจ” ร่วมทีมแข่ง Smart Factory IoT Challenge 2020

ประชาชาติ - 6 ore 24 min fa

“เนคเทค”จับคู่ “นักพัฒนา-ธุรกิจ”ร่วมทีมแข่ง Smart Factory IoT Challenge 2020 ดันอุตสาหกรรม4.0

ผู้สื่อข่าว ‘ประชาชาติธุรกิจ’ รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ ‘เนคเทค’ ร่วมกับพันธมิตรจัดงานประกาศผล ‘โครงการการแข่งขัน Smart Factory IoT Challenge 2020’ เป็นปีที่ 2 และประกาศผลผู้ชนะ 

โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยี Internet of Things หรือ IoT ไปใช้ประโยชน์ และแก้ไขปัญหาได้จริงในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ยุค Industry 4.0

นายชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เปิดเผยว่า  Smart Factory เป็นหนึ่งใน 8 ยุทธศาสตร์ของเนคเทค ที่เนคเทคให้ความสำคัญ ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตเป็นเซ็คเตอร์ที่ใหญ่มาก และเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศจึงต้องการส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาปรับใช้ ผ่าน โครงการการแข่งขัน Smart Factory IoT Challenge 2020 ผลักดันให้ Smart Factory เกิดขึ้นได้จริง 

สำหรับโครงการแข่งขัน Smart Factory IoT Challenge 2020 เริ่มดำเนินการเปิดรับสมัครโรงงาน และนักพัฒนาตั้งแต่ปลายปี 2562 และมีการคัดเลือกโรงงาน และนักพัฒนาที่มีผลงาน และประสบการณ์ให้เข้าสู่การจับคู่ ระหว่างกันเพื่อฟอร์มทีมแข่งขัน 

โดยเนคเทค ให้เงินทุน ทีมละ 20,000 บาท พร้อมเครื่องมือพัฒนา ซึ่งเป็นงานวิจัยของเนคเทคให้ทีมนำไปใช้ร่วมกับผลงาน ได้แก่ แพลตฟอร์ม NETPIE IoT แพลตฟอร์มที่ให้บริการเชื่อมต่ออุปกรณ์ หรือแอปพลิเคชันด้วย IoT มีฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การเก็บข้อมูลเซนเซอร์ หน้าจอแสดงผล และ การแจ้งเตือน เป็นต้น รวมถึง อุปกรณ์ Universal Remote Terminal Unit (uRTU) อุปกรณ์สำหรับตรวจวัดและสั่งการอุปกรณ์ได้หลายประเภท

และในปีนี้มีทีมที่เข้ารอบทั้งสิ้น 7 ทีม  และผลปรากฎว่ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ทีม Pied Piper คู่กับบริษัท ไทยก้าวไกลกรุ๊ป จำกัด  มีผลงาน ‘smart cooling tower system development using uRTU and NETPIE’  ส่วนรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ “ทีม HCRL2020 คู่กับบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ในผลงาน ‘การเชื่อมต่อเครื่องจักรเพื่อการคำนวณค่า overall equipment effectiveness’

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ “ทีม iCube คู่กับ บริษัท ป๊อบปูล่าร์ แพค จำกัด” ในผลงาน ‘ระบบการบริหารและจัดการข้อมูลกระบวนการผลิต (plant information management system)’ 

ทั้งนี้ในฝั่งของโรงงานได้รับโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณ และฝั่งของนักพัฒนาได้รับโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณ พร้อมเงินรางวัล 150,000 บาท , 80,000 บาท , และ 50,000 บาท ตามลำดับ

อ่านข่าวต้นฉบับ: “เนคเทค” จับคู่ “นักพัฒนา-ธุรกิจ” ร่วมทีมแข่ง Smart Factory IoT Challenge 2020

Categorie: Thailandia

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังตัวเลขเงินเฟ้อดีกว่าคาด จับตาผลสรุปกองทุนยุโรป

ประชาชาติ - 6 ore 44 min fa

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/7) ที่ระดับ 31.47/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (14/7) ที่ระดับ 31.57/59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐ เผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของสหรัฐประจำเดือนมิถุนายนออกมาขยายตัวที่ร้อยละ 0.6 และดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของสหรัฐ ประจำเดือนมิถุนายน ออกมาขยายตัวที่ร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า การขยายตัวของดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐนั้นถือเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลสหรัฐทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากมีการปิดเศรษฐกิจก่อนหน้านี้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น นักลงทุนเกิดความกังวลว่าเศรษฐกิจที่กำลังจะกลับมาฟื้นตัวอาจกลับมาหดตัวอีก โดยวานนี้ (14/7) นายแกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้สั่งปิดสถานประกอบการบางประเภทอีกครั้ง หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของค่าเงินบาท แข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ และแรงขายทำกำไรหลังจากคืนวานนี้ (14/7) ค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้นไปแตะระดับ 31.60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในแนวอ่อนค่าจากความกังวลเรื่องโอกาสของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่ในไทย

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.43-31.57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.48/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรปิดตาดเช้าวันนี้ (15/7) ที่ระดับ 1.1410/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14/7) ที่ระดับ 1.1357/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรเทียบค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่อง จากความคาดหวังเรื่องการบรรลุข้อตกลงกองทุนของยุโรป และการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปที่มีประสิทธิภาพ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี ที่ยังคงตรึงมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นอกจากนี้นักลงทุนจับตาการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินสหภาพยุโรปในวันพรุ่งนี้ (16/7) ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.00 และการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มสหภาพยุโรป (European Summit) ที่จะจัดขึ้นวันที่ 17-18 กรกฎาคมนี้ โดยการประชุมดังกล่าวนั้นคาดว่าจะนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงในแผนงบประมาณมูลค่า 750,000 ล้านยูโร สำหรับฟื้นฟูเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1389-1.1445 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1442/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/7) ที่ระดับ 107.27/29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14/7) ที่ระดับ 107.31/34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังคงทรงตัวเทียบดอลลาร์สหรัฐ โดยเช้าวันนี้ (15/7) การประชมของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ติดลบร้อยละ 0.1 ตามที่ตลาดคาด

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.91-107.30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.97/107.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตเขตรัฐนิวยอร์กสหรัฐเดือนกรกฎาคม (15/7), ดัชนีราคาสินค้านำเข้า-ส่งออกสหรัฐ เดือนมิถุนายน (15/7), ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคมสหรัฐ (16/7), อัตราการว่างงานสหราชอาณาจักรเดือนพฤษภาคม (15/7), ดุลการสหภาพยุโรปเดือนพฤกษาคม (16/7), การประชุมธนาคารกลางสหภาพยุโรป (16/7), ยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนกรกฎาคม (16/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างครั้งแรกสหรัฐ (16/7), ดัชนีภาคการผลิตเขตรัฐฟิลาเดลเฟียสหรัฐเดือนกรกฎาคม (16/7), ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่นเดือนมิถุนายน (17/7), ดัชนีราคาผู้บริโภคสหภาพยุโรปเดือนมิถุนายน (17/7), จำนวนใบอนุญาตก่อสร้างสหรัฐเดือน มิ.ย. (17/7), จำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้างสหรัฐเดือนมิถุนายน (17/7), ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจสหรัฐโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนเดือนกรกฎาคม (17/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.00/0.15 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 0.85/2.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับ: ดอลลาร์อ่อนค่า หลังตัวเลขเงินเฟ้อดีกว่าคาด จับตาผลสรุปกองทุนยุโรป

Categorie: Thailandia

“สาธิตรามฯ” สั่งปิดเรียน 3 วัน หลังพบนักเรียนเดินทางไประยอง-เที่ยวห้างฯ

ประชาชาติ - 7 ore 1 min fa

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2563 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) ออกประกาศแจ้งปิดสถานศึกษา มีเนื้อหาระบุถึงสถานการณ์ปัจจุบัน การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศทั่วโลกอย่างรวดเร็วนั้น การระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวจัดเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ประกอบกับ มีนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) เป็นกลุ่มเสี่ยงของการแพร่ระบาดดังกล่าว เนื่องจากมีนักเรียนเดินทางไปจังหวัดระยอง และได้แวะไปศูนย์การค้าแหลมทอง ในช่วงวัน เวลา ที่พบผู้ติดเชื้อใช้บริการ ณ สถานที่ดังกล่าว

ทางโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) ตระหนักถึงความปลอดภัยของนักเรียน พร้อมทั้งเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสดังกล่าว ทางโรงเรียนฯ จึงขอแจ้งปิดสถานศึกษาเป็น
เวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-17 กรกฎาคม 2563 เพื่อทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน

ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามปกติ ทางโรงเรียนจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์

อ่านข่าวต้นฉบับ: “สาธิตรามฯ” สั่งปิดเรียน 3 วัน หลังพบนักเรียนเดินทางไประยอง-เที่ยวห้างฯ

Categorie: Thailandia

เร่งปรับตัว! “เฉลิมชัย” ดึงช้อปปี้ติวเข้มเกษตรกร 1,000 รายขายสินค้าออนไลน์

ประชาชาติ - 7 ore 8 min fa

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19)ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม และการใช้ชีวิตของคนไทย ส่งผลให้ความนิยมซื้อ-ขายของออนไลน์ ได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  กระทรวงเกษตรฯเล็งเห็นถึงการต่อยอดกตลาดออนไลน์ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยร่วมกับ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) จัดอบรมเกษตรกร ให้เป็นผู้จำหน่ายสินค้าเกษตรออนไลน์มืออาชีพประจำอำเภอ ซึ่งนอกจากจะจัดอบรมให้เกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มเดิม คือ เกษตรแปลงใหญ่ กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ Young smart farmer แล้วยังขยายโอกาสไปยังลูกหลานเกษตรกร หรือ ศพก. หรือ อาสาสมัครด้านการเกษตรที่มีความพร้อม มาร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า หรือ เทรดเดอร์ ให้เกษตรกรอีกด้วย ซึ่งจะเป็นการเติมเต็มให้กับเกษตรกรในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ยังไม่มีความพร้อมในการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ได้มีโอกาสจำหน่ายสินค้าเกษตรของตนเองออกสู่ตลาด

ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำสินค้าเกษตรมาขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ตั้งเป้าตลอดปี 2563 จะสามารถอบรมได้ประมาณ 1,000 ราย และเมื่อมีการนำสินค้าไปขายบนช้อปปี้ ก็จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ30% หรือยอดขายรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า การร่วมมือกับ บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด ผู้นำแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ชั้นนำของไทยที่ดำเนินการไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  นับว่าประสบความสำเร็จ และได้รับความสนใจจากเกษตรกรจำนวนมาก มีเกษตรกรเข้าร่วมอบรม และเปิดร้านค้าออนไลน์รวม 113 ร้านค้า 4 เดือน หลังจากเกษตรกรนำสินค้าขายบนแพลตฟอร์มลาซาด้า ยอดขายเพิ่มขึ้น 30% ประมาณมาณ 30% และ ยอดขายเพิ่ม10-30% ประมาณ 70% ของร้านค้าของเกษตรกร

“การร่วมมือระหว่างเกษตรกรกับลาซาด้า ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา มีเกษตรกรเข้าร่วมอบรวมโครงการเปลี่ยนเกษตรกรเป็นพ่อค้าออนไลน์มืออาชีพ  มีร้านค้าเปิดร้านในลาซาด้าจำนวน 100 ร้านค้า สินค้าที่ซื้อขายจำนวน 109 รายการ และเตรียมอบรมเกษตรกรเพื่อนำสินค้าวางขายในลาซาด้าเพิ่มเป็น 500 รายในปี2563 สำหรับกลุ่มที่สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้น 30% ไม่น่าห่วง แต่ในกลุ่มที่ยอดขายยังไม่เป็นไปตามเป้า จะต้องมีการสอบถาม ถึงปัญหาและอุปสรรค และเร่งปรับปรุง ยกระดับเพิ่มศักยภาพในการเป็นนักขายมืออาชีพให้เพิ่มขึ้นทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่าการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ ทุกฝ่ายปรับตัวสู่ New Normal”

ด้าน นายเทอเรนซ์ แพง ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ช้อปปี้ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ช้อปปี้พร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและกลุ่มเป้าหมายตามแผนงานโครงการที่ได้ตกลงร่วมกัน เพื่อให้เกษตรกรก้าวสู่การเป็นผู้ค้าออนไลน์มืออาชีพ และมีเทรดเดอร์ มาร่วมสนับสนุนกระจายผลผลิตให้เกษตรกรในทุกพื้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจากรายงานของบริษัทเก็บสถิติแอพ App Annie รวมสถิติการดาวน์โหลดแอพบน AppStore และ Play Store ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 ทางช้อปปี้ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแอพพลิเคชั่นในหมวดช้อปปิ้งอันดับ 1 จากยอดผู้ใช้งานต่อเดือน (Monthly Active Users) และการใช้เวลาบนแอปพลิเคชั่นในระบบปฏิบัติการ Android สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน

ดังนั้น ความร่วมมือกันในครั้งนี้ ช้อปปี้และกระทรวงเกษตรฯ จะร่วมกันสร้างฐานการตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ที่แข็งแรง เติบโต และเข้าถึงผู้บริโภคอย่างไร้ขีดจำกัด

ปัจจุบัน ช้อปปี้ เป็นอีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์มอันดับหนึ่งที่ถูกใจทั้งคนซื้อและคนขาย เรามีแบรนด์ชั้นนำบน Shopee Mall กว่า 1,500 แบรนด์ และมีทีมงานพร้อมที่จะร่วมพัฒนาทักษะอีคอมเมิร์ชให้แก่เกษตรกร เจ้าหน้าที่และเครือข่ายของกระทรวงเกษตรฯ ให้สามารถนำทักษะและความสามารถไปประยุกต์ใช้ต่อยอดได้ นอกจากนี้ ช้อปปี้ พร้อมที่จะสนับสนุนเผยแพร่โครงการด้านการส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงเกษตรฯ ผ่านสื่อต่าง ๆ ของบริษัท รวมทั้งจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้แก่เกษตรกร กลุ่มแปลงใหญ่ กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ Young Smart Farmer เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าออนไลน์อย่างเต็มที่” มร. เทอเรนซ์ กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ และ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด จะจัดคอร์สฝึกอบรมให้เกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มเดิมและกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมตามวัตถุประสงค์โครงการ ได้เข้าร่วมตามหลักสูตรที่กำหนด โดย 1 คอร์ส ใช้ระยะเวลา 7 วัน อีกทั้งยังพัฒนาการฝึกอบรมให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น เพื่อรองรับสถานการณ์ในปัจจุบัน ด้วยการเปิดอบรมทั้งระบบออฟไลน์ และระบบออนไลน์ ซึ่งภายในปี 2563 นี้ กำหนดเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย

อ่านข่าวต้นฉบับ: เร่งปรับตัว! “เฉลิมชัย” ดึงช้อปปี้ติวเข้มเกษตรกร 1,000 รายขายสินค้าออนไลน์

Categorie: Thailandia

“ศักดิ์สยาม” ปลุกลงทุนฟื้นเศรษฐกิจไทย “เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย”

ประชาชาติ - 7 ore 15 min fa

“ศักดิ์สยาม” เปิดแผนลงทุนคมนาคม รีวิววิสัยทัศน์ครบทั้ง บก-ราง-น้ำ-อากาศ ปั้น “ทางคู่-ไฮสปีดเทรน-MR-MAP” สั่งศึกษาท่าเรือน้ำลึกเชื่อมอ่าวไทย-อันดามันและแลนด์บริดจ์ “ขนานทางคู่สายใต้” รับโปรเจ็กต์อากาศสะดุดเพราะ “บินไทย” เชื่อได้อู่ตะเภาศักยภาพรับผู้โดยสารกระฉูดเป็น 180 ล้านน/ปี ยัน 3 รมต.ยูไนเต็ดพร้อมสานต่อฟื้นเศรษฐกิจไทย

วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 ที่โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเปิดงาน “คมนาคมภูมิใจ รวมไทยสร้างชาติ” ว่า การดำเนินการลงทุนคมนาคมทั้ง 4 มิติ ได้แก่ บก ราง น้ำ อากาศ เป็นการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีวางแผนไว้ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วทำไว้ แต่มีการพยายามแก้ไขในสิ่งที่ทำไว้เดิมแต่ติดปัญหาอุปสรรค เพราะหลายโครงการทำผลการศึกษาไว้นานแล้ว ซึ่งการดำเนินการใหม่นี้อาจจะไม่ได้เดินตามแผนศึกษาเดิมทั้งหมด

ในส่วนงานด้านการขนส่งทางบก ที่ผ่านมาเจอปัญหาเรื่องการเวนคืนมอเตอร์เวย์บางใหญ่ – กาญจนบุรี และการก่อสร้างมอเตอร์เวย์บางปะอิน – นครราชสีมา ซึ่งทั้ง 2  โครงการได้ดำเนินการตามเป้าหมายเรียบร้อยและจะทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนแน่นอน ทั้งด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้า อีกเรื่องที่ให้ความสำคัญคือ การเชื่อต่อการเดินทางลงไปในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นแผนที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมเอาไว้แล้ว

มุ่งทางคู่-ไฮสปีด-MR-MAP

ด้านทางราง เป็นเรื่องที่ท้าทาย ปัจจุบันมีรถไฟ 2 ระบบ คือ 1. ระบบรถไฟทางไกล ซึ่งเป็นกระดูกและเส้นเลือดให้กับประเทศไทยมายาวนานกว่า 100 ปี ขั้นตอนต่อไปจะต้องพัฒนาระบบรางให้เป็น”ทางคู่” เมื่อเป็นทางคู่ก็จะมีการพัฒนาเป็นรถไฟความเร็วสูงในลำดับถัดไป

แต่ทุกสายทางจะต้องเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค และทำให้ระบบรางของประเทศเรามีประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าและให้บริการเดินทางกับประชาชน มีโครงกาสำคัญ เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เชื่อมกับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ตอนนี้กระบวนการเป็นไปตามขั้นตอนและโรดแมปที่วางไว้

ส่วนรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่หลังจากสถานการณ์คลี่คลายมากขึ้น ก็ได้หากำหนดวันนัดประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน (Joint Committee หรือ JC) ได้แล้ว และเมื่อการประชุมเสร็จสิ้นคาดว่าจะมีการลงนามในสัญญา 2.3 การวางราง และระบบการเดินรถ ระบบอาณัติสัญญาณ พร้อมขบวนรถ วงเงิน 50,633.50 ล้านบาท ได้ในเดือน ต.ค.นี้

ขณะที่การพัฒนาระบบรางรถไฟฟ้าในกรุงเทพและปริมณฑลและตามภูมิภาคอื่นทั่วประเทศ ต้องยกเครดิตให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตนยอมรับว่าที่ผ่านมามีผลกระทบกับการใช้ชีวิตของประชาชนบ้าง แต่ถ้าโครงการต่างๆเริ่มแล้วเสร็จ คาดว่าประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุดแน่นอน

“เมื่อมีการพัฒนาระบบรางแล้ว ก็เห็นว่าควรจะมีการพัฒนาระบบมอเตอร์เวย์ให้บูรณาการร่วมกันไปด้วย หรือชื่อเรียกว่า MR-MAP โดยได้นำเรียนให้นายกรัฐมนตรีรับทราบถึงแผนงานดังกล่าวแล้ว โดยรวมมีระยะทางประมาณ 6,000 กม. แบ่ง 8 เส้นทาง เป็นเส้นทางเชื่อมเหนือ-ใต้ของประเทศ 3 เส้นทางและเส้นทางที่เชื่อมฝั่งตะวันออก-ตะวันตกอีก 5 เส้นทาง ซึ่งจะมีการศึกษาเพื่อจัดทำ Master Plan โดยกรมทางหลวง (ทล.) จะใช้งบจากกองทุนมอเตอร์เวย์มาใช้ในการศึกษาทำแผนแม่บทดังกล่าว คาดว่าจะดำเนินการในปี 2564 นี้”

นายกฯเคาะงบกลาง 75 ล้าน ผุดท่าเรือน้ำลึก

ขณะที่การพัฒนาการขนส่งทางน้ำ นอกจากแผนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F วงเงินลงทุน 84,391 ล้านบาท ที่จะสรุปผลการเจรจาการจ่ายผลตอบแทนให้รัฐในเดือน ส.ค.นี้  ก็มีแผนเพิ่มศักยภาพการขนส่งทางน้ำในพื้นที่ภาคใต้ โดยการเชื่อมต่อท่าเรือน้ำลึกระหว่างอ่าวไทย – อันดามัน โดยจะพัฒนาเป็นท่าเรือระบบอัตโนมัติ โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้รับอนุมัติงบกลางจำนวน 75 ล้านบาท เพื่อทำแผนศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการแล้ว

และจะมีการศึกษารถไฟทางคู่ ชุมพร-ระนอง (แลนด์บริดจ์) ระยะทาง 123 กม. โดยนายกฯปรารภให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ทำเรื่องขึ้นมาเสนอขอใช้งบกลางในการศึกษาความเป็นไปได้โครงการดังกล่าว

“สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ได้เห็นในชั่วชีวิตของผม แต่ถ้าวันนี้ไม่คิดไม่เริ่มต้นในการพัฒนาสิ่งเหล่านี้ จะเสียโอกาสอย่างมาก ในอดีตเราเคยเป็นเสือตัวที่ 5 แห่งทวีปเอเชีย แต่หลายสิ่งหลายอย่างทำให้เราหยุดอยู่กับที่ วันนี้เราจะออกวิ่งแล้ว ไม่ใช่แค่เดินหน้า” นายศักดิ์สยามกล่าวและว่า

ยันไม่ปล่อย “การบินไทย”

ส่วนการขนส่งทางอากาศ เราสะดุดในเรื่องแผนฟื้นฟูบมจ.การบินไทย แต่เชื่อว่า เมื่อฟื้นฟูแล้วการบินไทยจะกลับมาเข้มแข็งและดีกว่าเดิม แม้การบินไทยจะไม่อยู่ภายใต้กระทรวงคมนาคมแล้ว แต่ทั้งตนและนายถาวรในฐานะเคยกำกับดูแลการบินไทย พร้อมจะติดตามและพัฒนาศักยภาพของการบินไทยต่อไป

ขณะที่การพัฒนาศักยภาพของสนามบินทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ของบมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) และสนามบินภูมิภาคของกรมท่าอากาศยาน (ทย.)ก็มีการวางแผนพัฒนาไว้แล้ว และในอนาคตจะมีสนามบินอู่ตะเภาเพิ่มมาอีก คาดว่าจะมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้เป็น 180 ล้านคน/ปี

ย้ำหมุดสานงานต่อฟื้นเศรษฐกิจไทย

“วันนี้ถือเป็นการทบทวนและตรวจสอบการทำงานตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งตน และ 2 รัฐมนตรีช่วย นายถาวร และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐในฐานะฝ่ายการเมือง ขอยืนัยันว่าจะพัฒนาเคียงข้างคนไทย เป็นฟันเฟืองฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ในโอกาสนี้ขอให้เชื่อใจทั้งฝ่ายการเมืองและพี่น้องข้าราชการกระทรวงคมนาคมที่จะดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามแผนต่อไป ”

อ่านข่าวต้นฉบับ: “ศักดิ์สยาม” ปลุกลงทุนฟื้นเศรษฐกิจไทย “เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย”

Categorie: Thailandia

“แอปเปิล” ชนะอุทธรณ์ EU เรียกภาษีย้อนหลัง 1.3 หมื่นล้านยูโร

ประชาชาติ - 7 ore 29 min fa

บิสซิเนส อินไซเดอร์รายงานว่า “แอปเปิล” (Apple) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ชนะการยื่นอุทธรณ์ในกรณีที่สหภาพยุโรปมีคำสั่งให้แอปเปิลต้องจ่ายเงินภาษีย้อนหลังมูลค่า 13,000 ล้านยูโร (ประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยกล่าวหาว่าบริษัทได้รับประโยชน์จากรัฐอย่างผิดกฎหมายในไอร์แลนด์

ศาลยุติธรรมสหภาพยุโรปได้มีคำตัดสินในวันนี้ (15 กรกฎาคม) ให้ยกเลิกคำสั่งของคณะกรรมาธิการยุโรปในปี 2016 ที่ระบุว่า แอปเปิลต้องจ่ายเงินชดใช้ภาษีย้อนหลัง เนื่องจากละเมิดหลักการแข่งขันเสรีทางธุรกิจในยุโรปมานานกว่า 20 ปีในไอร์แลนด์ โดยมีการเสียภาษีนิติบุคคลต่ำสุงเพียง 0.005% ในปี 2014 ช่วงที่ไอร์แลนด์ปรับปรุงกฎหมายภาษีใหม่

โดยศาลยุติธรรมสหภาพยุโรประบุว่า แม้ศาลเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการยุโรปว่ามีความไม่สอดคล้องกันในกฎหมายภาษีของไอร์แลนด์ แต่ก็ไม่พบหลักฐานเพียงพอว่า ไอร์แลนด์เอื้อประโยชน์เป็นพิเศษต่อแอปเปิล

ทั้งนี้ อัตราภาษีที่ต่ำของไอร์แลนด์ได้ดึงดูดบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ระดับโลก ให้มาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศจำนวนมาก

โดยภายหลังจากที่คณะกรรมาธิการยุโรปมีคำสั่งให้แอปเปิลจ่ายภาษีย้อนหลัง ทั้งรัฐบาลไอร์แลนด์และแอปเปิลได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลยุติธรรมสหภาพยุโรปในเดือนกันยายน 2019 แต่แอปเปิลก็ได้เริ่มจ่ายภาษีตามคำสั่งของคณะกรรมการยุโรปในปี 2018 โดยว่าจะได้รับเงินส่วนดังกล่าวคืนหลังจากการชนะอุทธรณ์ในครั้งนี้

อ่านข่าวต้นฉบับ: “แอปเปิล” ชนะอุทธรณ์ EU เรียกภาษีย้อนหลัง 1.3 หมื่นล้านยูโร

Categorie: Thailandia