Thailandia

สวีเดน เล็งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ประชากรส่วนใหญ่ปีหน้า

ประชาชาติ - 32 min 26 sec fa

ชาวสวีเดนส่วนใหญ่ จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มที่ 3 ภายในปีหน้า หลังประเทศฉีดวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 สำนักข่าวแชนเนล นิวส์ เอเชีย รายงานว่า หน่วยงานสาธารณสุขสวีเดนระบุว่า ประชาชนภายในประเทศส่วนใหญ่ จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มที่ 3 หรือ “บูสเตอร์ ชอท” (booster shot) ในปีหน้า ขณะที่ประชากรกลุ่มเสี่ยงอาจได้วัคซีนเข็ม 3 ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

ทั้งนี้ ทางการยังไม่รายงานว่า จะมีประชาชนกี่คนที่จะได้ฉีดวัคซีนเข็ม 3 ช่วงปีหน้า และได้ระบุแค่ว่า ประชากรส่วนใหญ่จะได้รับการฉีดวัคซีนอีกเข็ม ถึงแม้จะฉีดวัคซีนครบแล้ว อย่างไรก็ดี ยังยืนยันว่า ประชากรกลุ่มเสี่ยงเช่นผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว จะได้ฉีดวัคซีนเข็ม 3 ก่อน

โดยสวีเดนเป็นหนึ่งในประเทศที่ฉีดวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว ถึงกับขนาดที่ทางการคาดการณ์ว่า จะสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชากรผู้ใหญ่ทั้งประเทศ ช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ รวมถึงระบุด้วยว่า จะมีซัพพลายวัคซีนเพิ่มขึ้นมาอีกปีหน้า โดยตอนนี้ประชากร 62.5% ได้ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส

“แอนเดอร์ส เทอกเนลล์” นักระบาดวิทยาจากประเทศสวีเดนกล่าวว่า หลังจากการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น “เป็นไปไม่ได้” ที่จะสามารถทำลายไวรัสได้ เพราะฉะนั้น โครงการฉีดวัคซีนคงต้องดำเนินไปในระยะยาว เพื่อที่จะป้องกันการติดเชื้อ ป่วย หรือเสียชีวิตจากโควิด-19

อ่านข่าวต้นฉบับ: สวีเดน เล็งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ประชากรส่วนใหญ่ปีหน้า

Categorie: Thailandia

เตือน เว็บข่าว-สื่อออนไลน์ ก๊อบปี้ข่าว ประชาชาติฯ ให้ยุติทันที ถ้ายังฝ่าฝืนจะดำเนินคดีเฉียบขาด

ประชาชาติ - 53 min 13 sec fa

กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ในเครือบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า ได้ตรวจสอบพบว่าที่ผ่านมามีบุคคล กลุ่มบุคคล สำนักพิมพ์ เว็บไซต์ และสื่อออนไลน์บางสำนัก นำรายงานข่าว บทวิเคราะห์ บทสัมภาษณ์ บทความ ตลอดจนข้อเขียนในคอลัมน์ต่าง ๆ ที่กองบรรณาธิการ “ประชาชาติธุรกิจ” เผยแพร่ผ่านทางหน้าหนังสือพิมพ์ และช่องทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ www.prachachat.net ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้กองบรรณาธิการ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รับความเสียหาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำข่าว บทวิเคราะห์ บทสัมภาษณ์ บทความ ข้อเขียนในลักษณะดังกล่าวข้างต้น ไปเผยแพร่ ทั้งใช้ต้นฉบับเต็ม ตัดต่อ ปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วน โดยมีเจตนาบิดเบือน ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดคิดว่า เป็นข่าว บทความ บทวิเคราะห์ บทสัมภาษณ์ ที่บุคคล กลุ่มบุคคล สำนักพิมพ์ เว็บไซต์ และสื่อออนไลน์นั้น ๆ สร้างสรรค์ขึ้นเอง

และแม้ในการนำเสนอจะมีการอ้างที่มาจาก “ประชาชาติธุรกิจ” ปรากฏอยู่ แต่มิได้ขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างถูกต้อง และมีวัตถุประสงค์โดยมุ่งหวังประโยชน์ทางการค้า หรือเป็นดำเนินการเชิงพาณิชย์ ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ที่ไม่มุ่งหวังผลกำไร ถือเป็นการละเมิดสิทธิ และเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายโดยชัดแจ้ง

กองบรรณาธิการ “ประชาชาติธุรกิจ” จึงขอแจ้งเตือนให้บุคคล กลุ่มบุคคล สำนักพิมพ์ เว็บไซต์ และสื่อออนไลน์ ฯลฯ หยุดพฤติกรรมและการกระทำในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิ และทำให้กองบรรณาธิการ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รับความเสียหาย และเสียประโยชน์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบว่าบุคคล กลุ่มบุคคล สำนักพิมพ์ เว็บไซต์ และสื่อออนไลน์ใด ๆ  ยังฝ่าฝืน ไม่ยอมหยุดพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น และยังกระทำการละเมิด กองบรรณาธิการ “ประชาชาติธุรกิจ” จะดำเนินการ เพื่อป้องกันและรักษาสิทธิอันพึงมีพึงได้ โดยจะดำเนินคดี และดำเนินการในทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด  จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

 

 

 

 

อ่านข่าวต้นฉบับ: เตือน เว็บข่าว-สื่อออนไลน์ ก๊อบปี้ข่าว ประชาชาติฯ ให้ยุติทันที ถ้ายังฝ่าฝืนจะดำเนินคดีเฉียบขาด

Categorie: Thailandia

สรุปมติครม.(3 ส.ค.) “แต่งตั้ง-โยกย้าย” ข้าราชการ ครบทุกตำแหน่งที่นี่ !!

ประชาชาติ - 1 ora 58 min fa

สรุปมติครม.วันที่ 3 สิงหาคม 2564 เรื่องแต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการ ทั้งกระทรวงมหาดไทยที่มีการโยกย้ายถึง 28 ตำแหน่ง รวมทั้งต่ออายุผวจ.อีก 1 ปี ใน 5 จังหวัดใหญ่ที่มีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นจำนวนมาก  และยังมีการแต่งตั้งในกระทรวงกาคลัง สำนักนายกรัฐมนตรี บีโอไอ ที่มีการต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของเลขาฯบีโอไอ ออกไปอีก 1 ปี

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมผ่านระบบ Video Conference ณ ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล “ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” สรุปวาระสำคัญเรื่องการแต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการ (เรื่องที่ 25-33) ดังนี้

นายกฯ-ประชุมครม.

25. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงการคลัง)
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้ง นางสาวชุติมา ศรีปราชญ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการบริหารเหรียญกษาปณ์และทรัพย์สินมีค่า (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

26. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชการระดับทรงคุณวุฒิ (สำนักนายกรัฐมนตรี)
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงบประมาณเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ราย ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนี้

  • 1. นางสาวกนกรัตน์ ขุนทอง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564
  • 2. นางดรงรัตน์ กล้าหาญ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2564
  • 3. นางสาวรัชนี เครือรัตน์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2564
    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

27. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (สำนักนายกรัฐมนตรี)
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง นายมงคลชัย สมอุดร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

28. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง กระทรวงมหาดไทย
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง กระทรวงมหาดไทย จำนวน 28 ราย ดังนี้

  • 1.ให้นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ พ้นจากตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมการพัฒนาชุมชน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
  • 2.ให้นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดปทุมธานี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
  • 3.ให้นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมาย (นิติกร ระดับทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
  • 4.ให้นายสมคิด จันทมฤก พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมการพัฒนาชุมชน
  • 5.ให้นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดกระบี่
  • 6.ให้นายรังสรรค์ ตันเจริญ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพิจิตร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดชัยนาท
  • 7.ให้นายไกรสร กองฉลาด พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครพนม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดชัยภูมิ
  • 8.ให้นายภาสกร บุญญลักษม์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดเชียงราย
  • 9.ให้นายประจญ ปรัชญ์สกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดเชียงราย และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดเชียงใหม่
  • 10.ให้นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสิงห์บุรี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดตราด
  • 11.ให้นายชาธิป รุจนเสรี พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครพนม
  • 12.ให้นายวิเชียร จันทรโณทัย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดชัยภูมิ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครราชสีมา
  • 13.ให้นายชยันต์ ศิริมาศ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดร้อยเอ็ด และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครสวรรค์
  • 14.ให้นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดลำปาง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดปทุมธานี
  • 15.ให้นายเสถียร เจริญเหรียญ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • 16.ให้นายนิพันธ์ บุญหลวง พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดน่าน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดปัตตานี
  • 17.ให้นายวีระชัย นาคมาศ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดมุกดาหาร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • 18.ให้นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพิจิตร
  • 19.ให้นายเฉลิมพล มั่งคั่ง พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดมุกดาหาร
  • 20.ให้นายภิรมย์ นิลทยา พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดยะลา
  • 21.ให้นายภูสิต สมจิตต์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดร้อยเอ็ด
  • 22.ให้นายสิทธิชัย จินดาหลวง พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดแม่ฮ่องสอน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดลำปาง
  • 23.ให้นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสกลนคร
  • 24.ให้นายเจษฎา จิตรัตน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนราธิวาส และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสงขลา
  • 25.ให้นายปริญญา โพธิสัตย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสระแก้ว
  • 26.ให้นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสิงห์บุรี
  • 27.ให้นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสกลนคร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดหนองคาย
  • 28.ให้นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดตาก และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดอุบลราชธานี
    ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

29. เรื่อง การต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (ครั้งที่ 1)
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเสนอการต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวครบ 4 ปี ในวันที่ 30 กันยายน 2564 ต่อไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565

30. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง นายสุนทร ชัยยินดีภูมิ เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง [รองนายกรัฐมนตรี (นายดอน ปรมัตถ์วินัย)] ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

31. เรื่อง แต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร จำนวน 1 ราย คือ นายจุลพันธ์ ทับทิม (ผู้แทนสถาบันเกษตรกร) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

32. เรื่อง ขอความเห็นชอบแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญานำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาชุดใหม่ ดังต่อไปนี้

  • 1. พลตำรวจตรี นายแพทย์ สุพล จงพาณิชย์กุลธร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์
  • 2. นางบุษบา ศักรางกูรกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคมสงเคราะห์
  • 3. นางจันทร์ชม จินตยานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
  • 4. นายชนะพล มหาวงษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  • 5. นายโฆสิต สุวินิจจิต กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

33. เรื่อง การขอความเห็นชอบการต่อเวลาการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง จำนวน 5 ราย ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ดังนี้

  • 1.นายภัคธรณ์ เทียนไชย ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ต่อไปอีก เป็นเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 2) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565
  • 2.นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565
  • 3.นายสมศักดิ์ จังตระกุล ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565
  • 4.นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565
  • 5.นายวิชวุทย์ จินโต ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565

 

อ่านข่าวต้นฉบับ: สรุปมติครม.(3 ส.ค.) “แต่งตั้ง-โยกย้าย” ข้าราชการ ครบทุกตำแหน่งที่นี่ !!

Categorie: Thailandia

โควิดทุบกำไร บจ. สูญ 7 หมื่นล้าน-นักวิเคราะห์ กางแผนลงทุนหุ้นไทย ส.ค.  

ประชาชาติ - 2 ore 7 min fa

บล.เอเชีย พลัส ชี้ SET Index ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ฟันด์โฟลว์ไหลออกตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 คาดจีดีพีไทยปีนี้ส่อติดลบ ประเมินโควิดเดลต้าทุบกำไรบจ.ทั้งปีสูญ 6-7 หมื่นล้านบาท ฉุดดัชนีเป้าหมายมีโอกาศลดลงถึง 140 จุด แนะกระชับพอร์ต ถือเงินสดราว 20-30%

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยบทวิเคราะห์การลงทุนประจำเดือนสิงหาคมนี้ เริ่มต้นที่หุ้นไทยกับความกังวลจากการแพร่ระบาด COVID-19 ที่เร่งตัวขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดผลลบ (Downside) ทั้งประมาณการ GDP Growth และกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ แนะนำลดน้ำหนักหุ้นไทยลง 5% เหลือ 25% (Underweight) ขณะที่กลยุทธ์เน้นหุ้นงบไตรมาส 2/64 เติบโตดี พร้อมกับมีปันผลสูง หรือได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกใหม่ค่อนข้างจำกัด 

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยเอเซียพลัส คาดว่าในระยะถัดไป เดือน ส.ค. – ก.ย. ภาครัฐน่าจะพิจารณามาตรการกระตุ้นชุดใหม่ๆ เพิ่มเติมเพื่อเป็นพยุงเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเพิ่มมากขึ้น 

ในด้านการลงทุนต่างประเทศ แม้สถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลกกลับมาสร้างความกังวลหลังสายพันธ์ Delta ระบาดในหลายประเทศ อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ประเทศพัฒนาแล้วมีการฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรที่สูง จึงส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยกว่าประเทศที่มีการฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรต่ำกว่า ฝ่ายวิจัยฯ คงน้ำหนักหุ้นต่างประเทศไว้ที่ 35% ของพอร์ตการลงทุน (Overweight) กลยุทธ์เน้นหุ้นพื้นฐานดีในแถบประเทศพัฒนาแล้ว อย่าง Facebook Inc (FB US) และ United Health (UNH US) 

สำหรับตราสารหนี้ นักลงทุนยังอยู่ในช่วงถือเพื่อรอดูการมุมมองการปรับ QE ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จึงแนะนำยังคงน้ำหนักตราสารหนี้ไว้ 15% ของพอร์ตรวม (Underweight) เน้นตราสารหนี้ที่ มี Rating ระดับ Investment Grade ขึ้นไป Top picks คือ WHAUP267A 

โดยกลยุทธ์การลงทุนในเดือน ส.ค. น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างเกิดขึ้น ให้นักลงทุนต้องคอยระวังอยู่เสมอ  เริ่มจาก 1) อาจเห็นการส่งสัญญาณเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของ Fed จากการประชุมช่วงกลางเดือน หรือการประชุมแจ็คสันโฮล (Jackson Hole) ช่วงปลายเดือนกดดันให้นักลงทุนน่าจะอยู่ในสภาวะ Wait and See เพื่อรอการส่งสัญญาณของ Fed ที่ชัดเจนขึ้น 

2) บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นฝั่งเอเซียยังผันผวนจากความไม่แน่นอน ถ้าทางการจีนยังเพิ่มความเข้มงวดการกำกับดูแลธุรกิจ 

3) โควิดสายพันธเดลต้าแพร่ระบาดหนักในไทย โดยช่วงปลายเดือน ก.ค. มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงถึง 1.7 หมื่นราย/วัน และถ้าเทียบต่อสัดส่วนประชากร ยังสูงสุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้าง Downside ทางเศรษฐกิจทั้งในมุมมองสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจในไทยที่เคยคาดว่า GDP ไทยปี 2564 จะขยายตัวเฉลี่ยราว 2% เริ่มทยอยปรับลดประมาณการลงมาเหลือเฉลี่ยราว 1% (ฝ่ายวิจัยประเมิน GDP ปี 64 มีโอกาสติดลบ) 

รวมถึงมุมมองต่างชาติอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ก็ปรับลด GDP ปี 64 ของไทยลงเช่นกัน ล่าสุดเหลือ 2.1% โดยทั้ง 3 ปัจจัยที่มากระจุกตัวรวมกันในเดือนส.ค. ล้วนกดดันการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ยังมีโอกาสไหลออกจากตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 หรือขายสุทธิทุกเดือนในปีนี้ 

ทั้งนี้ในเดือน ส.ค. ยังเป็นฤดูกาลรายงานงบไตรมาส 2/64 เบื้องต้นฝ่ายวิจัยฯ ประเมินจากข้อมูลการทำประมาณการกำไร 48 บริษัท พบว่า กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้นถึง 67% เทียบไตรมาสเดียวปีก่อน (yoy) แต่ลดลง -5% เทียบไตรมาสก่อนหน้า (qoq) แสดงว่า มีโอกาสที่ผลประกอบการยังดี แต่น่าจะผ่านจุดสูงสุดในงวดไตรมาส 1/64 ไปแล้ว 

แม้ส่วนใหญ่บริษัททำผลประกอบการงวดไตรมาส 2/64  ดีเเละเติบโต เทียบไตรมาสเดียวกันปีก่อน (yoy) แต่นักลงทุนจะต้องระวังกับดักงบไตรมาส 2/64 เนื่องจากช่วงเดือน ส.ค. น่าจะมีการทยอยปรับลดประมาณการลงหลายบริษัท จากความเสี่ยง Covid-19 กลับมาระบาดแรงในช่วงนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก คือ กลุ่มท่องเที่ยว, ขนส่ง, รับเหมาฯ, บันเทิง และศูนย์การค้า 

ที่สำคัญคือ มุมมองของ Bloomberg Consensus ยังแทบไม่มีการใส่ผลกระทบ Covid-19 ระลอกใหม่เข้าไปเลย ล่าสุดมี EPS ปี 64 ทรงตัวอยู่ระดับสูง 83.5 บาท/หุ้น (สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมิน 71.2 บาท/หุ้น มาก) 

โดยเบื้องต้นฝ่ายวิจัยลองประเมินผลกระทบ Covid-19 ระลอกใหม่ว่าสร้าง Downside ต่อดัชนีราวกี่จุด โดยการกำหนดให้กำไรช่วงครึ่งปีหลัง 64  เท่ากับกำไรงวดไตรมาส 2/63 + 3/63  พบว่า ประมาณการกำไรทั้งปีมี Downside ราว 6-7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น EPS ปี 64 ลดลงราว 6 บาท/หุ้น หรือส่งผลให้ดัชนีเป้าหมายมีโอกาสลดลงได้ถึง 140 จุด 

ภายใต้ความเสี่ยงต่างๆ ในเดือน ส.ค. จะกดดันให้การลงทุนจำเป็นต้องกระชับพอร์ต แนะนำถือเงินสดราว 20-30% ส่วนกลยุทธ์การลงทุนแนะนำเลือกหุ้นงบไตรมาส 2/64 เติบโตดี พร้อมกับมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลสูง (MCS, TVO, SAPPE, SAT) หรือได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกใหม่ค่อนข้างจำกัด (GPSC, JMART, DOHOME)

อ่านข่าวต้นฉบับ: โควิดทุบกำไร บจ. สูญ 7 หมื่นล้าน-นักวิเคราะห์ กางแผนลงทุนหุ้นไทย ส.ค.  

Categorie: Thailandia

เงินบาทอ่อนค่าในรอบ 16 เดือน ที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์

ประชาชาติ - 2 ore 20 min fa

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุเงินบาทอ่อนค่าในรอบ 16 เดือนที่ระดับ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความกังวลการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ กระทบปัจจัยพื้นฐานดุลบัญชีเดินสะพัด-เศรษฐกิจภาพรวม 

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าค่าเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 16 เดือนที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะปิดตลาดในประเทศที่ 33.02 บาทต่อดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ระดับ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ฯ 

โดยแนวโน้มค่าเงินบาทยังคงมีทิศทางอ่อนค่าลง ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ และมีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของเงินบาทให้อ่อนแอลง ทั้งฐานะดุลบัญชีเดินสะพัด และแนวโน้มเศรษฐกิจในภาพรวม

สำหรับสถานะการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 24.95 ล้านบาท และ 2,374 ล้านบาท ตามลำดับ  

ขณะที่กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทพรุ่งนี้ คาดไว้ที่ 32.85-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์และมาตรการควบคุมโควิด-19 ในประเทศ และผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ประกอบด้วย ดัชนี ISM และ PMI ภาคบริการ และตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ตลอดจนดัชนี PMI ภาคบริการเดือนก.ค. ของจีน ยูโรโซน และอังกฤษ

อ่านข่าวต้นฉบับ: เงินบาทอ่อนค่าในรอบ 16 เดือน ที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์

Categorie: Thailandia

เอไอเอส ปรับลดประมาณการณ์รายได้ปี 64 หลังโควิดลากยาว

ประชาชาติ - 2 ore 28 min fa

เอไอเอส ปรับลดประมาณการณ์รายได้ปี64 หลังโควิดลากยาว เผยรายได้รวมไตรมาส2 อยู่ที่ 42,757 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรก มีรายได้รวม 88,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากช่วงเดียวปีก่อน

วันที่ 3 สิงหาคม 2564  บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน)หรือ เอไอเอส ได้แจ้งผลดำเนินงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19ที่เกิดขึ้นและคาดว่าจะยืดเยื้อ เนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้และยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงประเด็นด้านการจัดหาวัคซีน ดังนั้น เอไอเอส จึงปรับลดคาดการณ์รายได้ของปี2564 ทั้งปี เป็นทรงตัว หรือ อาจลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม เอไอเอสยังคงนโยบายการลงทุนโครงข่ายในงบ 25,000-30,000 ล้านบาทตามแผนเดิม เพื่อเดินหน้ารักษาความเป็นผู้นำในระยะกลางทั้งในด้านคุณภาพโครงข่ายและสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้า

สำหรับไตรมาส 2 ปีนี้ มีรายได้รวม 42,757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายเครื่องโทรศัพท์ที่สูงขึ้น และมีกำไรสุทธิ 7,041 ล้านบาท โดยในส่วนของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่ 43.2 ล้านราย เพิ่มขึ้น 466,600 เลขหมาย โดยลูกค้ามีแนวโน้มจะเปลี่ยนบริการจากระบบเติมเงินเป็นรายเดือน ทำให้ฐานลูกค้าระบบรายเดือนโตขึ้น 3.3% จากไตรมาสก่อน  และมีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) อยู่ที่ 471 บาท ลดลง 1.8% ส่วนลูกค้าระบบเติมเงินเพิ่มขึ้น 114,900 ราย จากลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นชดเชยกับการลดลงของการใช้งานซิมเฉพาะกลุ่มที่สูงขึ้นมาในไตรมาสก่อน ในส่วนของลูกค้าที่สมัครใช้บริการ 5G มีจำนวนรวม 1 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วน 9.6% ของฐานลูกค้าระบบรายเดือน 

ขณะที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านยังเติบโตขึ้น จากกระแสทำงานและเรียนที่บ้านท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด โดยเอไอเอสไฟเบอร์มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 104,000 รายในไตรมาสนี้ แต่ ARPU ลดลง 0.9% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 458 บาท เนื่องจากระดับราคาของแพ็กเกจเริ่มต้นยังคงอยู่ที่ 399 บาทต่อเดือน

ในส่วนภาพรวม 6 เดือนแรกปีนี้(มกราคม-มิถุนายน2564) เอไอเอสมีรายได้รวม 88,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 13,685 ล้านบาท ลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส  กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายในการรับมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งครั้งนี้มีความรุนแรงและขยายวงกว้างด้วยความรวดเร็ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร และพนักงาน โดยในไตรมาสที่ 2/2564 เรายังคงรักษาระดับของผลประกอบการ

แม้ต้องรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาด AIS มุ่งมั่นที่จะดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพทั้งการขยายโครงข่าย 5G อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพโครงข่ายด้วยเทคโนโลยีใหม่ จะช่วยสนับสนุนการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการทำงานและเรียนจากที่บ้าน รวมถึงเสริมการขายและบริการผ่าน Remote agent และช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้ายังได้รับบริการในขณะล็อกดาวน์ สิ่งสำคัญขององค์กรในการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในภาวะวิกฤติและเกิดความยั่งยืน คือ การบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและรักษาสถานะทางการเงินให้มีความมั่นคงรองรับวิกฤติและความท้าทาย

อ่านข่าวต้นฉบับ: เอไอเอส ปรับลดประมาณการณ์รายได้ปี 64 หลังโควิดลากยาว

Categorie: Thailandia

รพ.นวเวช เปิดจองวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ถึง 4 ส.ค.

ประชาชาติ - 2 ore 34 min fa

รพ.นวเวช เปิดจองแอสตร้าเซนเนก้า กลุ่มเสี่ยงสูงวัย-ผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค-คนท้อง ตั้งแต่วันนี้-4 ส.ค. เวลา 24.00 น.

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 โรงพยาบาลนวเวช เปิดลงทะเบียนรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่จัดสรรจากทางภาครัฐฯ ตั้งแต่ 3 ส.ค. จนถึงวันที่ 4 ส.ค. 64 (24:00 น) 

ระยะเวลาการรับวัคซีน ตั้งแต่ วันที่ 8 – 14 ส.ค. 2564 โดย รพ. จะทำการยืนยันวันและเวลาที่แน่นอนอีกครั้งหนึ่ง

เงื่อนไขการรับวัคซีนภาคประชาชน แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ทั้งเข็ม 1 และเข็ม 2

1.สำหรับผู้อายุ 60 ปีขึ้นไป

2.กลุ่มผู้มีกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง 

3.หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 3 เดือนหรือ 12 สัปดาห์ขึ้นไป

อย่างไรก็ดี การลงทะเบียนดังกล่าวเป็นเพียงการแจ้งความประสงค์เข้ารับการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดมาก่อน ทั้งนี้กำหนดวันและเวลาฉีดที่แน่นอน ทางรพ.จะทำการติดต่อเพื่อยืนยันนัดหมายกับท่านอีกครั้งหลังจากได้รับการจัดสรรวัคซีนมาจากทางภาครัฐฯ

อ่านข่าวต้นฉบับ: รพ.นวเวช เปิดจองวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ถึง 4 ส.ค.

Categorie: Thailandia

ป้ายหน้า…ยากกว่า

ประชาชาติ - 2 ore 47 min fa
คุยกับเอกราช เอกราช เก่งทุกทาง

 

น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ คว้าเหรียญทองโอลิมปิกโตเกียวเกมส์ตามคาด ถือว่าทำได้ตามเป้า โปรเจ็กต์ล่าเหรียญทอง 5 ปี บรรลุจุดหมาย กลายเป็นฮีโร่ สร้างประวัติศาสตร์ได้แชมป์โอลิมปิกคนที่ 10 ของเมืองไทย

นัดชิงชนะเลิศที่เทนนิสเฉือนชนะ อาเดรียน่า อิเกลเซียส ดาวรุ่งสเปน 11-10 คือการลุ้นเหรียญทองที่ตื่นเต้นที่สุดในตำนานโอลิมปิกไทย

ช่วง 37 วินาทีสุดท้าย ตอนโดนนำ 10-9 เรามีโอกาสแพ้สูงมาก ไม่ใช่แค่เวลาเหลือน้อย แต่เพราะความเก่งกาจของคู่ต่อสู้ ทำให้โอกาสแซงกลับของเทนนิสโคตะระยาก

คนที่จะพลิกสถานการณ์ตอนนั้นได้ต้อง “ขั้นเทพ” สถานเดียว

โชคดีที่ประเทศไทยมีเทพเทควันโด ชื่อพาณิภัค

ดอกที่เทนนิสเตะเข้าลำตัว นำ 2 แต้ม แซงชนะใน 7 วินาทีสุดท้าย เป็นอาวุธที่พิสูจน์ให้เห็นจะจะว่า สาวไทยคือเบอร์หนึ่งของโลกในรุ่น 49 กก.หญิงอย่างแท้จริง

เป็นลูกเตะที่อาเดรียน่า เด็กมหัศจรรย์ไม่อยากเชื่อว่า จะโดนภาพที่เธอทรุดลงไปนั่งร้องไห้หลังหมดยกบอกให้รู้ชัดเจนว่า เธอโกรธตัวเองขนาดไหน

มีคนเดียวที่ทำแบบนี้ได้คือ พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ

เหตุผลหนึ่งที่น้องเทนนิสนิ่งขนาดนี้เชื่อว่า เธอฝึกปฏิบัติธรรมใช้หลักธรรมะเข้าช่วย น้องบอกหลังแข่งว่า ถูกสอนให้อยู่กับปัจจุบันอย่าคาอยู่กับอะไรที่พลาดไปแล้ว แต้มที่เสียไปแล้วไม่ต้องนึกถึง มีสมาธิกับปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้าอย่างเดียว

เคล็ดลับข้อนี้ยังช่วยให้เธอก้าวพ้นฝันร้ายจากโอลิมปิก 2016 ด้วย คราวนั้นเธอตกรอบ 8 คน เพราะโดน คิมโช ฮุย ของเกาหลีใต้เตะหัวใน 4 วินาทีสุดท้าย จากที่นำเขาอยู่ 2 แต้มก็พลิกกลายเป็นแพ้ แม้ว่าจะฮึดสู้ในรอบแก้ตัวจนคว้าเหรียญทองแดงกลับบ้าน แต่การแพ้สาวเกาหลีก็เป็นปมที่ตามหลอกหลอนอยู่พักใหญ่ ๆ

ถ้าเจ้าตัวไม่แกร่งพอ ถ้าโค้ชเชแก้ปมไม่ออก เทนนิสอาจจะเสียของ หมดความมั่นใจไปนานแล้ว

โค้ชเช ยอง ช็อก เก่งมากที่เอาน้องมาปรับใหม่ ปรับทั้งวิธีซ้อม วิธีคิด เปลี่ยนบาดแผลเป็นแรงกระตุ้น ทำให้พาณิภัคพัฒนาขึ้นเป็นมือ 1 โลก กวาดทุกแชมป์ที่ขวางหน้าและก้าวขึ้นเป็นแชมป์โอลิมปิกในที่สุด

แต่ในเมื่อน้องเทนนิสยืนยันว่าจะเล่นต่อ ตั้งเป้าป้องกันแชมป์ที่ปารีส 2024 เราก็มีภารกิจต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะยากกว่าการคว้าเหรียญทองคราวนี้ซะด้วยซ้ำ

เมื่อกระแสซาแล้ว งานเลี้ยงจบแล้ว เทนนิส โค้ชเช รวมทั้งทีมงานต้องเริ่มเตรียมตัวรับศึกหนักที่รออยู่ทันที

ทำยังไงจะชนะอาเดรียน่า สาวน้อยมหัศจรรย์จากสเปนให้ได้อีกครั้ง

โอลิมปิกโตเกียว อาเดรียน่าอายุแค่ 17 แต่ฉายแสงว่ามีครบทั้งฝีมือ ทั้งพรสวรรค์ ก่อนมาโอลิมปิก เธอคว้าแชมป์เทควันโดชิงแชมป์ยุโรปที่โซเฟีย และแม้จะจบแค่เหรียญเงินในโตเกียวเกมส์ แต่อาเดรียน่าก็แจ้งเกิดได้เต็มตัวกลายเป็นขวัญใจคนสเปน

กลายเป็นว่าที่แชมป์โอลิมปิกในอนาคต

อาเดรียน่าเคยพูดก่อนหน้านี้ว่า คาดหวังกับโอลิมปิกปารีส 2024 มากกว่าโอลิมปิกโตเกียว ถึงตอนนั้นเธอจะอายุ 20 เก่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ผ่านบทเรียนที่จะจำไปจนตายมาแล้ว

น้องเทนนิสจะสยบกระทิงสาวรายนี้ได้อีกไหม ?

นี่คือคำถามที่ยากมาก แล้วถ้าตอบว่าได้ ก็ต้องเป็นการเดินทางที่สาหัส !

อ่านข่าวต้นฉบับ: ป้ายหน้า…ยากกว่า

Categorie: Thailandia

“ขนส่งทางบก” ชัตดาวน์ “ทำใบขับขี่-งานทะเบียน-จ่ายภาษีรถ” ไม่มีกำหนด

ประชาชาติ - 2 ore 51 min fa

“ขนส่งทางบก” ชัตดาวน์ “ทำใบขับขี่-งานทะเบียนรถ-จ่ายภาษี” ไม่มีกำหนด หลังศบค. คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง 29 จังหวัด เว้นจ่ายภาษีแบบเลื่อนล้อ-รถใหญ่มาตามปกติ เผยประสาน”ตำรวจ”ยืดอายุใช้งานใบขับขี่หมดอายุถึง 30 ก.ย. 64

วันที่ 3 ส.ค. 2564 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้ออก ข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2558 (ฉบับที่ 30) กำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวมทั้งสิ้น 29 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายก นครราชสีมา นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ยะลา จังหวัดระยอง ราชบุรี ลพบุรี สงขลา สิงห์บุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง 

เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดมาตรการและการให้บริการประชาชนให้สอดคล้องกับข้อกำหนดดังกล่าว ดังนี้ 

ปิดทำใบขับขี่ไม่มีกำหนด

– งดให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ ทุกกรณี จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินหรือมีประกาศเป็นอย่างอื่น 

โดยในส่วนของเอกสารประกอบคำขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถ เช่น  ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองการผ่านการอบรมและทดสอบ คำขอที่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ผลผ่านการอบรมผ่านระบบ e-Learning ที่สิ้นอายุตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2564 อนุโลมให้ใช้เป็นเอกสารประกอบการดำเนินการได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 

ผ่อนผันใข้ใบขับขี่หมดอายุถึง 30 ก.ย. 64

ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาการงดการดำเนินการ กรมการขนส่งทางบก ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ผ่อนผันการใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้ว สามารถใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 

งานทะเบียนรถปิดไม่มีกำหนด

– งดให้บริการด้านทะเบียนรถสำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ณ สำนักงานขนส่งที่มีที่ตั้งในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น 

 

งานทะเบียนติดพันให้ทำหลังเลิกประกาศ 15 วัน

สำหรับการดำเนินการทางทะเบียนที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการไว้ตรงกับช่วงเวลางดให้บริการ เช่น โอนรถ แจ้งย้ายรถ การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ หรือแจ้งเลิกใช้รถ เป็นต้น กรมการขนส่งทางบกได้ขยายระยะเวลาให้สามารถมาดำเนินการได้ออกไปอีก 15 วันทำการ นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือมีประกาศเป็นอย่างอื่น  โดยไม่ถือว่าเป็นการดำเนินการล่าช้ากว่าที่กฎหมายกำหนด ในเขตจังหวัดอื่นสามารถให้บริการได้ตามปกติ โดยให้ถือปฏิบัติตามตามประกาศจังหวัดหรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด 

จ่ายภาษีรถผ่านเลื่อนล้อ-ออนไลน์เท่านั้น

– บริการชำระภาษีรถประจำปี สำหรับสำนักงานขนส่งที่มีที่ตั้งในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด สามารถเปิดให้บริการเฉพาะการชำระภาษีรถประจำปีผ่านเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณสำนักงานขนส่งจังหวัด หรือชำระภาษีรถประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์ https://eservice.dlt.go.th/ และแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax  

นอกจากนั้น ยังสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์อีกหนึ่งช่องทาง ทั้งนี้ ในเขตจังหวัดอื่นสามารถให้บริการได้ทุกช่องทางตามปกติ โดยให้ถือปฏิบัติตามตามประกาศจังหวัดหรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด 

รถใหญ่มาตามเวลากำหนดเดิม

– รถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เช่น รถบัส รถตู้โดยสาร รถบรรทุก ให้มาดำเนินการด้านทะเบียนและภาษีรถได้ตามระยะเวลาที่กำหนด 

– งดการออกหน่วยเคลื่อนที่ด้านทะเบียนและภาษีรถ และด้านใบอนุญาตขับรถ ณ หน่วยบริการเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปีที่ห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งชุมชน (Shop Thru for Tax) หรือศูนย์บริการร่วม ในเขตจังหวัดอื่นสามารถให้บริการได้ทุกช่องทางตามปกติ โดยให้ถือปฏิบัติตามตามประกาศจังหวัดหรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องติดต่อที่สำนักงานขนส่งให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข D-M-H-T-T-A เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด

อ่านข่าวต้นฉบับ: “ขนส่งทางบก” ชัตดาวน์ “ทำใบขับขี่-งานทะเบียน-จ่ายภาษีรถ” ไม่มีกำหนด

Categorie: Thailandia

ญี่ปุ่น เตรียมบริจาคเครื่องผลิตออกซิเจน 775 เครื่องให้ไทย

ประชาชาติ - 2 ore 59 min fa

ญี่ปุ่นเตรียมบริจาคเครื่องผลิตออกซิเจน 775 เครื่องให้ประเทศไทยเอเชียและอาเซียน โดยไทยเป็นหนึ่งในนั้น

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 สำนักข่าว เอ็นเฮชเค ของญี่ปุ่นรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมบริจาคเครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องช่วยหายใจ และเครื่องติดตามสัญญาณชีพให้กับหลายประเทศเอเชียและอาเซียน อาทิ ไทย และลาว

โดย นายโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น กล่าวในงานแถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เตรียมบริจาคเครื่องผลิตออกซิเจนจำนวน 775 เครื่องให้กับประเทศไทย ในขณะที่ประเทศลาวจะได้รับวัคซีน 6 แสนโดส เครื่องผลิตออกซิเจน และเครื่องช่วยหายใจ รวมถึงเครื่องติดตามสัญญาณชีพอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการรับมือรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า

“ญี่ปุ่นต้องการสนับสนุนประเทศที่กำลังต้องการความช่วยเหลือทางด้านเครื่องมือแพทย์ในการรับมือการระบาดของโรคโควิด-19” รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าว

ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นยังบริจากเครื่องมือแพทย์และวัคซีนให้กับอีกหลายประเทศ อาทิ เมียนมา อินโดนีเซีย และอินเดีย อีกด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับ: ญี่ปุ่น เตรียมบริจาคเครื่องผลิตออกซิเจน 775 เครื่องให้ไทย

Categorie: Thailandia

แพทย์ รพ.จุฬาเผย ล้อมวงกินข้าว-ใช้ภาชนะร่วมกัน เสี่ยงติดโควิด

ประชาชาติ - 3 ore 27 min fa

รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เผยล้อมวงทานข้าวเสี่ยงติดเชื้อโรคโควิด-19 แพทย์แนะนำ ล้างมือก่อน-หลังรับประทานอาหาร และไม่ทานร่วมกัน

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (2 ส.ค.) เฟซบุ๊ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้โพสต์เรื่อง ล้อมวงทานข้าว เสี่ยงเชื้อโรคโควิด-19 สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ติดเชื้อพบว่าเกิดจากการรับประทานอาหารร่วมกันที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายและติดต่อได้ง่าย เนื่องจากเวลารับประทานอาหารต้องถอดหน้ากากอนามัยและอาจมีการสนทนาระหว่างมื้ออาหารทำให้มีโอกาสรับเชื้อได้มากขึ้น

พฤติกรรมเสี่ยงระหว่างรับประทานอาหารร่วมกัน

  • การสนทนาระหว่างรับประทานอาหาร ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อผ่านละอองน้ำลายขณะพูดคุย
  • การหันหน้าเข้าหากันขณะรับประทานอาหารร่วมกัน เนื่องจากไม่มีการเว้นระยะห่างในโต๊ะรับประทานอาหาร ทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อสูง
  • การใช้ภาชนะรับประทานอาหารร่วมกัน เช่น ช้อนกลาง จาน แก้ว หรือการเผลอใช้ช้อนตนเองตักอาหารจากจานอื่น ทำให้เสี่ยงติดเชื้อโรคโควิด-19

คำแนะนำจากแพทย์

  • ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร
  • ไม่ควรรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโรคโควิด-19

อ่านข่าวต้นฉบับ: แพทย์ รพ.จุฬาเผย ล้อมวงกินข้าว-ใช้ภาชนะร่วมกัน เสี่ยงติดโควิด

Categorie: Thailandia

แพทย์ รพ.จุฬาแนะ ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย ห่างไกลเชื้อโควิด-19

ประชาชาติ - 3 ore 31 min fa

แพทย์ รพ.จุฬาแนะ ยกระดับการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ปลอดภัย ในยุคโควิด-19 ต้องทำอย่างไรบ้าง

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (2 ส.ค.) เฟซบุ๊ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้โพสต์เรื่อง ยกระดับความปลอดภัย ขณะขับขี่ในยุคโควิด-19 หมวก นิรภัย เป็นอุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนน เมื่อขับขี่จักรยานยนต์ โดยการสวมหมวกนิรภัยที่มีหน้ากากกันลมร่วมกับการสวมหน้ากากอนามัยสามารถลดโอกาสการติดเชื้อโควิด-19 ได้

การป้องกันโรคโควิด-19 ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์

  • ผู้ที่สวมหมวกนิรภัยเต็มใบ (Full Face) ควรปิดหน้ากากกันลมและสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง
  • ผู้ที่สวมหมวกนิรภัยครึ่งใบ (Half Face) หรือหมวกนิรภัยเปิดหน้า (Open Face) หากมีหน้ากากกันลม ควรปิดให้มิดชิด และสวมหน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้า 2 ชั้น ทุกครั้ง

ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 เมื่อไม่สวมหมวกนิรภัย

  • หมวกนิรภัยมีหน้ากากกันลม จะทำหน้าที่คลา้ยหน้ากากใส (Face Shield) เพื่อป้องกันละอองเชื้อโรค คล้ายกับที่บุคลากรทางการแพทย์ใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แนะนำให้สวมหมวกนิรภัยร่วมกับสวมหน้ากากอนามัย

คำแนะนำจากแพทย์

  • ควรทำความสะอาดหมวกนิรภัยทั้งก่อนและหลังใช้งาน เนื่องจากเชื้อโรคอาจติดอยู่ที่หมวกนิรภัย โดยการเช็ดที่ตัวหมวกและหน้ากากกันลมด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลทุกครั้งทั้งก่อนและหลังการเดินทาง

อ่านข่าวต้นฉบับ: แพทย์ รพ.จุฬาแนะ ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย ห่างไกลเชื้อโควิด-19

Categorie: Thailandia

แหลมฉบังเฟส 3 ชงบอร์ด EEC รับทราบคืบหน้าสัญญาสัมปทาน

ประชาชาติ - 3 ore 37 min fa

ท่าเรือ แหลมฉบังเฟส 3 ยังไม่ชงให้บอร์ด EEC อนุมัติ เตรียมเรียก GPC ถกตรวจร่างสัญญา ก่อนส่งอัยการเคาะ ก.ย.นี้

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F วงเงิน 84,361 ล้านบาท ระยะเวลาสัมปทาน 35 ปี ที่มีกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC (ประกอบด้วย บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ,บจ.พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล (PTT TANK) และบจ. ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง) เป็นผู้ผ่านการคัดเลือก จะยังไม่ได้เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบในการประชุมวันพรุ่งนี้ (4 ส.ค. 64 ) แต่อย่างใด มีเพียงการรายงานความคืบหน้าของโครงการเท่านั้น

เนื่องจากเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา สำนักงานอัยการสูงสุดได้ส่งกลับร่างสัญญาของโครงการกลับมาให้ กทท.และเอกชนคู่สัญญาแก้ไขและตรวจทานอีกครั้ง โดยอัยการสูงสุดเห็นว่า ในร่างสัญญาดังกล่าวยังมีข้อความกำกวมและวงเงินมูลค่าต่างที่กำหนดในสัญญายังคลาดเคลื่อนและอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันได้ จึงให้ทั้งสองฝ่ายไปหารือและปรับแก้สัญญาให้ถูกต้องก่อน และส่งกลับมาให้อัยการสูงสุดตรวจทานใหม่อีกครั้งหนึ่ง หากครั้งนี้แก้ไขเรียบร้อยและอัยการสูงสุดเห็นชอบร่างสัญญา ก็จะเสนอให้ กพอ.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป

ส่วนการพิจารณาซองข้อเสนอ ตอนนี้ถือว่าเสร็จสิ้นไปนานแล้ว โดยซองข้อเสนอซองที่ 5 (ข้อเสนออื่นที่เพื่มเติมประสิทธิภาพโครงการ) ทางคณะกรรมการคัดเลือกได้พิจารณาและไม่รับซองข้อเสนอนี้ เพราะไม่มีประเด็นที่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพแต่อย่างใด

โดยคาดว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้ จะนัดทางกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ประชุมผ่านทางออนไลน์ เพื่อพิจารณาแก้ไขสัญญาให้แล้วเสร็จ ก่อนจะส่งร่างสัญญากลับไปให้อัยการสูงสุดตรวจทาน ซึ่งน่าจะส่งร่างสัญญากลับไปได้ก็ประมาณเดือนกันยายน 2564 ส่วนจะเสนอ กพอ.และครม.เห็นชอบ รวมถึงการลงนามในสัญญานั้น ยังตอบไม่ได้ เพราะต้องรอให้อัยการสูงสุดพิจารณาร่างสัญญาให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะกำหนดไทม์ไลน์ในระยะต่อไปของโครงการได้

สำหรับโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ส่วนของท่าเทียบเรือ F ครม.เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2564 อนุมัติผลประโยชน์ตอบแทนทางการเงินขั้นต่ำที่ภาครัฐจะได้รับ ระยะที่ 1 ค่าสัมปทานคงที่เท่ากับมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ที่ 29,050 ล้านบาท และค่าสัมปทานผันแปรที่ 100 บาทต่อทีอียู ซึ่งค่าสัมปทานคงที่ดังกล่าวต่ำกว่าผลประโยชน์ตอบแทนที่รัฐคาดหมายตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561 มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ประมาณ 32,225 ล้านบาท

 

อ่านข่าวต้นฉบับ: แหลมฉบังเฟส 3 ชงบอร์ด EEC รับทราบคืบหน้าสัญญาสัมปทาน

Categorie: Thailandia

กรณ์ หอบ 70 ชื่อชนชั้นนำ ยื่นผู้ว่าฯ กทม. ค้านออกใบอนุญาตคอนโดหรู

ประชาชาติ - 3 ore 43 min fa

กรณ์ หัวหน้าพรรคกล้า หอบ 70 รายชื่อ บุกยืนหนังสือ “อัศวิน” ระงับออกใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดหรู เขตยานนาวา จวกมติ คกก.EIA กทม. เอื้อ อีสเทอร์น สตาร์ฯ 

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีต รมว.กระทรวงการคลัง ในฐานะหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากก่อสร้างคอนโดโครงการ ควินทารา ซิงค์ เย็นอากาศ ของบริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ในซอยประสาทสุข ถนนเย็นอากาศ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา เข้าพบ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เพื่อขอให้ระงับการออกใบอนุญาตก่อสร้างโครงการ พร้อมยื่นหนังสือรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ อาทิ ศาสตราจารย์กิตติคุณ เทียนฉาย กีระนันท์, ศาสตราจารย์พิเศษแพทย์หญิง เพ็ญแข ลิ่มศิลา, นายกรณ์ จาติกวณิช, นายประมนต์ สุธีวงศ์ , นายมนตรี ศรไพศาล , ครอบครัวสุจริตกุล, ครอบครัว ณ ระนอง และผู้พักอาศัยอีกกว่า 70 ครัวเรือน 

นายกรณ์ กล่าวแสดงความไม่เห็นด้วย กับมติคณะกรรมการ EIA ของ กทม. ที่ให้ความเห็นชอบ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ควินทารา ซิงค์ เย็นอากาศ ของบริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ว่าเป็นการพิจารณาที่ไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาจราจรที่ประชาชนได้ชี้แจงไปแล้วหลายรอบอย่างละเอียด แต่กลับให้น้ำหนักกับข้อเสนอของบริษัทพัฒนาที่ดินที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง 

“ที่สำคัญ กทม. อนุมัติโครงการทั้งๆ ที่ถนนหน้าโครงการมีความกว้างตํ่ากว่าเกณฑ์กฎหมาย และขัดกับหลักการวินิจฉัยของศาลปกครองในอดีตที่ความกว้างของถนนต้องเป็นความกว้างที่ใช้ได้จริงตามเกณฑ์ตลอดเส้นทาง จึงขอให้ผู้ว่าฯ กทม. ใช้อำนาจปฏิเสธการออกใบอนุญาต แต่หากมีการออกใบอนุญาต จะดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป ทั้งในศาลปกครอง ศาลแพ่งและศาลอาญา”

นายกรณ์ ยังหยิบยกกรณีที่เกิดขึ้นในอดีต ที่ กทม. เร่งออกใบอนุญาต ก่อนที่ศาลจะวินิจฉัย สร้างความเสียหายให้กับผู้อยู่อาศัยเดิม และกับประชาชนที่จะมาซื้อโครงการในอนาคต ซึ่งเป็นความเสียหายที่หลีกเลี่ยงได้ แต่ก็เกิดความเสียหายลักษณะนี้ซ้ำซาก 

“อยากให้ผู้ว่าฯ กทม. ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ มากกว่าการทำกำไรของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทางผู้ว่าฯ กทม. รับปากว่าจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของสำนักงานเขตยานนาวา คณะกรรมการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงทบทวนนโยบายการพิจารณาโครงการลักษณะนี้ในทั่วทุกพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ที่เกี่ยวข้องในอนาคต”

อ่านข่าวต้นฉบับ: กรณ์ หอบ 70 ชื่อชนชั้นนำ ยื่นผู้ว่าฯ กทม. ค้านออกใบอนุญาตคอนโดหรู

Categorie: Thailandia

เปิดสูตรคำนวณวัคซีนไฟเซอร์ 1,503,450 โดส ได้มาอย่างไร ?

ประชาชาติ - 3 ore 58 min fa

สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เปิดสูตรคำนวณ “วัคซีนไฟเซอร์” 1,503,450 โดส เผยเบ็ดเสร็จส่งลอตแรก “กี่กล่อง-กี่ขวด-กี่โดส”

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 “ไฟเซอร์” จำนวน 1,503,450 โดส จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยมี นายไมเคิล ฮีธ (Mr. Michael Heath) อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

ล่าสุด ที่เฟซบุ๊กเพจ U.S. Embassy Bangkok ของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้อธิบายวิธีคำนวณถึงที่มาของจำนวนวัคซีนไฟเซอร์ ที่ทางสหรัฐฯ ได้ส่งมอบให้ไทย ลอตแรก ทั้งสิ้น 1,503,450 โดส ดังนี้

แจงข้อมูลวัคซีน 1,503,450 โดส
  • สหรัฐฯ จัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ ลอตแรก ทั้งสิ้น 257 กล่อง
  • วัคซีน 1 กล่อง เท่ากับ 5 ถาด
  • วัคซีน 1 ถาด เท่ากับ 195 ขวด
  • วัคซีน 1 ขวด เท่ากับ 6 โดส
วิธีคำนวณ
  • 257 (กล่อง) X 5 (จำนวนถาดต่อ 1 กล่อง) = 1,285 (จำนวนถาดทั้งหมด)
  • 1,285 (จำนวนถาดทั้งหมด) X 195 (จำนวนขวดต่อ 1 กล่อง) = 250,575 (จำนวนขวดทั้งหมด)
  • 250,575 (จำนวนขวดทั้งหมด) X 6 (จำนวนโดสต่อ 1 ขวด) = 1,503,450 (จำนวนโดสทั้งหมด)

 

อ่านข่าวต้นฉบับ: เปิดสูตรคำนวณวัคซีนไฟเซอร์ 1,503,450 โดส ได้มาอย่างไร ?

Categorie: Thailandia

เกาหลีใต้ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 “เดลต้าพลัส” 2 คนแรก

ประชาชาติ - 3 ore 59 min fa

เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ “เดลต้า พลัส” ทั้งหมด 2 คน ขณะที่ประเทศยกระดับมาตรการป้องกันแพร่ระบาดโรค หลังยังพบผู้ติดเชื้อใหม่เป็นหลักพันต่อวัน

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ (KDCA) ระบุว่า ได้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ “เดลต้า พลัส” ทั้งหมด 2 คน ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับการระบาดของโควิดระลอกใหม่ และยังพบผู้ติดเชื้อใหม่เป็นหลักพันต่อวัน ซึ่งทำให้ทางการต้องยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดตามเมืองต่าง ๆ 

ทั้งนี้ ทางการระบุว่า วัคซีนหลายเจ้ายังมีประสิทธิภาพป้องกันการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าได้ ขณะที่ตอนนี้โควิดสายพันธุ์ดังกล่าว กำลังเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในหลายประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตาม มีความกังวลที่ว่า วัคซีนอาจไม่มีประสิทธิภาพต่อโควิดสายพันธุ์ใหม่ ๆ หลังจากนี้

รายงานข่าวระบุว่า นักวิทยาศาสตร์หลายคนกำลังเป็นกังวลว่า โควิดสายพันธุ์เดลต้าพลัส มีอัตราการแพร่ระบาดที่รุนแรงกว่าสายพันธุ์เดลต้า รวมถึงมีความกังวลว่า วัคซีนอาจไม่มีประสิทธิภาพต่อสายพันธุ์นี้ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการยืนยันข้อมูล และกำลังมีการทดลองดังกล่าวที่ประเทศอินเดีย

ก่อนหน้านี้ มีรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าพลัสในประเทศ อินเดีย สหราชอาณาจักร (ยูเค) สหรัฐอเมริกา โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น โปแลนด์ รัสเซีย และจีน โดยเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทางการอินเดียรายงานว่า พบติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวใน 3 รัฐ ได้แก่ มหาราษฏระ เกรละ และมัธยประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับ: เกาหลีใต้ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 “เดลต้าพลัส” 2 คนแรก

Categorie: Thailandia

โควิดสมุทรสาคร เพิ่มอีก 1,027 ราย เสียชีวิต 8 ราย

ประชาชาติ - 4 ore 4 min fa

เปิดเผยยอดตัวเลขสถานการณ์ติดเชื้อโควิด-19 จ.สมุทรสาคร ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2564

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก COVID – 19 สมุทรสาคร รายงาน สถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จ.สมุทรสาคร ระลอกใหม่ตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 ข้อมูล ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2564 เวลา 24.00 น. โดยรายละเอียด มีดังนี้

ผู้ป่วยรายใหม่ 1,283 ราย แบ่งเป็นในจังหวัด 1,027 ราย นอกจังหวัด 256 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 34,892 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 20,850 ราย หายป่วย/จำหน่ายแล้ว 13,904 ราย เสียชีวิต 8 ราย เสียชีวิตสะสม 138 ราย รับวัคซีนแล้ว 340,617 โดส

อ่านข่าวต้นฉบับ: โควิดสมุทรสาคร เพิ่มอีก 1,027 ราย เสียชีวิต 8 ราย

Categorie: Thailandia

มติ ครม. แต่งตั้งบิ๊กมหาดไทย โยกย้าย ต่ออายุ รวม 33 ตำแหน่ง

ประชาชาติ - 4 ore 5 min fa

ประยุทธ์-ครม. เขย่า กระทรวงคลองหลอด “สุทธิพงษ์ จุลเจริญ” ผงาด “ปลัดมหาดไทย” สลับเก้าอี้ ผู้ว่าฯ 24 จังหวัด โยก “ผู้ว่าหมูป่า” นั่งพ่อเมืองสีแดงเข้ม ต่ออายุผู้ว่าฯ 5 จังหวัด อีกคนละ 1 ปี

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง กระทรวงมหาดไทย จำนวน 28 ราย ดังนี้ 

1. ให้นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ พ้นจากตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมการพัฒนาชุมชน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง  

2. ให้นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดปทุมธานี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง

3. ให้นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมาย (นิติกร ระดับทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง 

4. ให้นายสมคิด จันทมฤก พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมการพัฒนาชุมชน

5. ให้นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดกระบี่

6. ให้นายรังสรรค์ ตันเจริญ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพิจิตร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดชัยนาท  

7. ให้นายไกรสร กองฉลาด พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครพนม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดชัยภูมิ 

8. ให้นายภาสกร บุญญลักษม์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดเชียงราย

9. ให้นายประจญ ปรัชญ์สกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดเชียงราย และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดเชียงใหม่ 

10. ให้นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสิงห์บุรี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดตราด 

11. ให้นายชาธิป รุจนเสรี พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครพนม  

12. ให้นายวิเชียร จันทรโณทัย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดชัยภูมิ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครราชสีมา 

13. ให้นายชยันต์ ศิริมาศ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดร้อยเอ็ด และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครสวรรค์ 

14. ให้นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดลำปาง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดปทุมธานี  

15. ให้นายเสถียร เจริญเหรียญ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  

16. ให้นายนิพันธ์ บุญหลวง พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดน่าน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดปัตตานี 

17. ให้นายวีระชัย นาคมาศ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดมุกดาหาร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  

18. ให้นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพิจิตร  

19. ให้นายเฉลิมพล มั่งคั่ง พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดมุกดาหาร 

20. ให้นายภิรมย์ นิลทยา พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดยะลา

21. ให้นายภูสิต สมจิตต์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดร้อยเอ็ด 

22. ให้นายสิทธิชัย จินดาหลวง พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดแม่ฮ่องสอน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดลำปาง 

23. ให้นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสกลนคร  

24. ให้นายเจษฎา จิตรัตน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนราธิวาส และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสงขลา 

25. ให้นายปริญญา โพธิสัตย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสระแก้ว 

26. ให้นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสิงห์บุรี 

27. ให้นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสกลนคร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดหนองคาย 

28. ให้นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดตาก และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดอุบลราชธานี  

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบการต่อเวลาการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดังนี้ 

1. นายภัคธรณ์ เทียนไชย ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ต่อไปอีก เป็นเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 2) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565 

2. นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี  ต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565 

3. นายสมศักดิ์ จังตระกุล ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565 

4. นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565 

5. นายวิชวุทย์ จินโต ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565

อ่านข่าวต้นฉบับ: มติ ครม. แต่งตั้งบิ๊กมหาดไทย โยกย้าย ต่ออายุ รวม 33 ตำแหน่ง

Categorie: Thailandia

เปิดชื่อ 60 ศูนย์พักคอยฯ กรุงเทพมหานคร

ประชาชาติ - 4 ore 8 min fa

เปิดรายชื่อ 60 ศูนย์พักคอยในกรุงเทพมหานคร มีทั้งที่เปิดแล้วและอยู่ระหว่างยกระดับเป็น รพ.สนาม

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เผยรายละเอียด 60 ศูนย์พักคอยฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 1 เขต 1 ศูนย์พักคอยฯ ดังนี้

กรุงธนใต้
  • จำนวน 7 เขต 1,325 เตียง 11 ศูนย์พักคอย

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "กรุงธนใต้ 7 เขต 1,325 เตียง 11 ศูนย์พักคอย เขต บางแค บางขุนเทียน ทุ่งครุ สถานที่ ศูนย์สร้างสุขทุกวัยบางแค โรงเรียนคลองหนองใหญ่ ศูนย์สร้างสุขทุกวัยบางขุนเทียน ศูนย์สร้างสุขทุกวัยทุ่งครุ โรงเรียนสอนศาสนามูำมะดียะห่ โรงงานกล้วยไม้ เปิดบริการ *เปิดแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ เปิดแล้ว บางบอน ส.ค. 64 ส.ค. 64 อยู่ระหว่างดำเนินการ วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ภาษีเจริญ 2ส.ค.64 64 ส.ค. หนองแขม เปิดแล้ว ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วัดกำแพง (บางแวก) โรงเรียนมนต์จรัสสิ่งห์อนุสรณ์ โกดังคลังสินค้า บมจ.ศรีไทยชุปเปอร์แวร์ ราษฎร์บูรณะ 15 ส.ค. 64 เปิดแล้ว ส.ค. 64 อยู่ระหว่างการยกระดับเป็น รพ.สนาม"

กรุงธนเหนือ
  • จำนวน 8 เขต 836 เตียง 9 ศูนย์พักคอย

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "กรุงธนเหนือ ทวัวัฒนา ตลั่งชัน 8 เขต 836 เตียง ศูนย์พักคอย เขต บางกอกน้อย สถานที่ เปิดบริการ ทวีวัฒนา *เปิดแล้ว 3 ส.ค. 64 คลองสาน ธนบุรี เปิดแล้ว จอมทอง เปิดแล้ว วัดศรีสุดาราม โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม ศูนย์สร้างสุขทุกวัยทวีวัฒนา อาคารกิจไพบูลย์ อิมพอร์ต บ.ราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ศูนย์สร้างสุขทุกวัยจอมทอง โรงเรียนบางยี่ขันวิทยาคม ศูนย์สร้างสุขทุกวัยบางกอกใหญ่ โรงเรียนวัดตลิ่งชัน *อยู่ระหว่างการยกระดับเป็น บางพลัด เปิดแล้ว เปิดแล้ว บางกอกใหญ่ ตลิ่งชัน เปิดแล้ว เปิดแล้ว เปิดแล้ว สนาม"

กรุงเทพเหนือ
  • จำนวน 7 เขต 1,500 เตียง 9 ศูนย์พักคอย

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ

กรุงเทพตะวันออก
  • จำนวน 9 เขต 1,301 เตียง 9 ศูนย์พักคอย

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ

กรุงเทพกลาง
  • จำนวน 9 เขต 1,247 เตียง 11 ศูนย์พักคอย

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ

กรุงเทพใต้
  • จำนวน 10 เขต 1,390 เตียง 11 ศูนย์พักคอย

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "กรุงเทพใต้ บานบสวร 10 เขต 1,390 เตียง 11 ศูนย์พักคอย เขต คลองเดย สถานที่ สวนหลวง เปิดบริการ สาทร วัดสะพาน ัดปากบ่อ วัดสุทธิวราราม โรงเรียนเพี้ยนพินอบุสรณ์ สโมสรกรมอุดุนิยมวิทยา บางนา เปิดแล้ว เปิดแล้ว *เปิดแล้ว บางคอแหลม วัดไทร ยานนาวา เปิดแล้ว 8 ส.ค. 64 โรงเรียนวัดดอกไม้ วัฒนา เปิดแล้ว ปทุมวัน เปิดแล้ว พระโขนง เปิดแล้ว บางรัก 1ส.ค.64 ส.ค. 64 โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน โรงเรียนวัดบรมนิวาส วัดบุญรอดธรรมาราม โรงเรียนสตรีมหาพฤณาราม *อยู่ระหว่างการยกระดับเป็น SW. สนาม เปิดแล้ว 1ส.ค. 64"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ หรือ Community Isolation เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีผลตรวจรับรองว่าติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยตกค้าง รวมทั้งป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในพื้นที่ 6 กลุ่มเขต โดยมีเป้าหมาย 1 เขต 1 ศูนย์พักคอย

อ่านข่าวต้นฉบับ: เปิดชื่อ 60 ศูนย์พักคอยฯ กรุงเทพมหานคร

Categorie: Thailandia

เงินบาทอ่อนค่า จับตาดูผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันพรุ่งนี้

ประชาชาติ - 4 ore 14 min fa

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2564

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/8) ที่ระดับ 32.95/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวทรงตัว จากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (2/8) ที่ระดับ 32.94/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าเมื่อคืนนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าเทียบกับสกุลหลัก หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.162% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 1.838% เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า

สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐ สถาบันจัดการด้านอุปโภคของสหรัฐ เปิดเผยเมื่อคืนนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 59.5 ในเดือนกรกฎาคม ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 60.9 หลังจากแตะระดับ 60.6 ในเดือนมิถุนายน โดยดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของคำสั่งซื้อใหม่ นอกจากนี้ ไอเอชเอส มาร์กิต เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 63.4 ในเดือนกรกฎาคม จากระดับ 62.1 ในเดือนมิถุนายน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าที่ระบาดหนักในพื้นที่ทางภาคใต้ของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น และเริ่มจะไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึงแล้ว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นักลงทุนจับตาดูยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 อย่างใกล้ชิด โดยในวันนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-9 ในประเทศว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 18,901 ราย ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศระลอกใหม่อยู่ที่ 652,185 ราย โดยเมื่อวานนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนกรกฎาคม 2564 อยู่ที่ระดับ 41.4 ลดลงจาก 46.5 ในเดือนมิถุนายน ตามการปรับลดลงในทุกองค์ประกอบและเกือบทุกธุรกิจ

อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงจับตาดูผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันพรุ่งนี้ (4/8) ซึ่งนักลงทุนคาดการณ์ว่า กนง.จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่า อยู่ในกรอบระหว่าง 32.95-33.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.01/04 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (3/8) ที่ระดับ 1.1874/76 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (2/8) ที่ระดับ 1.1889/91 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจมีการเปิดเผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของเยอรมนี อยู่ที่ระดับ 65.9 ในเดือนกรกฎาคม มากกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 65.6 และมากกว่าเดือนมิถุนายนที่ระดับ 65.1 ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิตของยูโรโซน อยู่ที่ระดับ 62.8 ในเดือนกรกฎาคม มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์อยู่ที่ระดับ 62.6 แต่ยังคงน้อยกว่าเดือนมิถุนายนที่ระดับ 63.4% โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1868-1.1885 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1880/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/8) ที่ระดับ 109.32/34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (2/8) ที่ระดับ 109.61/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อเช้าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานในเขตโตเกียว ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนกรกฎาคม มากกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ และมากกว่าในเดือนมิถุนายนที่ 0.0% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่าระบบการแพทย์ของประเทศอาจตกอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อในกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนั้นพุ่งขึ้นอย่างมาก โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.10-109.35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.14/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของญี่ปุ่น (4/8), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของยูโรโซน (4/8), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนกรกฎาคม (4/8), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายเดือนกรกฎาคมของสหรัฐ (4/8), ดัชนีภาคบริการเดือนกรกฎาคมของสหรัฐ (4/8), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (5/8), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายนของเยอรมนี (6/8), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมของสหรัฐ (6/8)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.40/+0.60 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +2.30/+3.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับ: เงินบาทอ่อนค่า จับตาดูผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันพรุ่งนี้

Categorie: Thailandia