Thailandia

ออริจิ้น เปิดคอนโดแบรนด์ไนท์บริดจ์ทำเลสุขุมวิท-พระราม 4 ก่อนพักลงทุนยาวถึงปี66

ประชาชาติ - 2 ore 18 min fa

พาร์ค ลักชัวรี่ในเครือออริจิ้น เร่งโอนโครงการตุนรายได้ส่งท้าย Q3/63 รีลอนช์ห้องชุดสร้างเสร็จ “ไนท์บริดจ์ ไพร์ม อ่อนนุช” วันที่ 19 -20 ก.ย. 63 ราคาเริ่มต้น 3.18 ล้านบาท รอโควิดจบค่อยลุยตลาดลักเซอรี่ปี 66

นายสิริพงศ์ ศรีสว่างวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พาร์ค ลักชัวรี่ จำกัด เปิดเผยว่า พาร์ค ลักชัวรี่ เป็นหนึ่งใน 6 บริษัทย่อยในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะพัฒนาเฉพาะคอนโดไฮเอนด์เซ็กเมนต์ 5-7 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตารางเมตรละ 150,000-200,000 บาท และกลุ่ม 3-4 ล้านบาทในบางโครงการจนถึงราคาสูงสุด 30 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ย่อย 4 แบรนด์ ได้แก่ 1.ไนท์บริดจ์ 2.ไนท์บริดจ์ ไพร์ม 3.ไนท์บริดจ์ สเปซ และ 4.ไนท์บริดจ์ คอลลาจ

ณ ไตรมาส 2/63 ออริจิ้นพัฒนาแบรนด์ไนท์บริดจ์รวมทั้งหมด 16 โครงการ มูลค่าทั้งสิ้น 31,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 8 ปีตั้งแต่ปี 2555

“ตลาดไฮเอนด์ซบเซามา 2 ปีแล้ว แต่ยังพอไปไหว ภาพรวมหดตัวไม่ต่ำกว่า -6-7% เพราะผู้เล่นหายไปค่อนข้างเยอะ จากการที่แบงก์ปล่อยพรีไฟแนนซ์น้อยลง ขณะที่ต้นทุนที่ดินในตัวเมืองสำหรับทำโครงการลักเซอรี่ไม่ได้ลดลง เพราะเจ้าของที่ดินไม่กังวลเรื่องการเสียภาษีที่ดิน  ส่วนค่าก่อสร้างแม้ไม่ได้ลดลง แต่ต้องมีต้นทุนจากกระบวนการ EIA ที่ดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม ทำให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นอีก 2-3%”

“สำหรับพาร์ค ลักชัวรี่จะพยายามรักษาระดับและน่าจะขยายตัวเล็กน้อย 2-3% ช่วง 1-2 ปีนี้ถือเป็นช่วงพักฐานให้แข็งแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาเซอร์วิสให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้  ถ้าตลาดคอนโดฯกลับมาดีหลังปี 2566-2567 เราจะขยายไปเซ็กเมนต์ลักเซอรี่ราคา 3 แสนบาทขึ้นไปด้วย ถึงเวลานั้นไนท์บริดจ์จะเป็นพระเอก”

กลยุทธ์การพัฒนาโครงการของพาร์ค ลักเซอรี่จะเน้นทำเลตามรถไฟฟ้าสายสีเขียว และเป็นย่านชุมชนที่รู้จักกันอยู่แล้ว ไม่บุกเบิกทำเลใหม่ เพื่อที่จะให้พาร์ค ลักชัวรี่เป็นแบรนด์ไฮเอนด์ของทำเลนั้น

ในปี 2563 พาร์ค ลักชัวรี่ยังเปิดตามแผนการลงทุนเดิมคือไนท์บริดจ์  สเปซ สุขุมวิท-พระราม 4 มูลค่าโครงการ 2,300 ล้านบาท เตรียมเปิดตัวในช่วงปลายเดือนกันยายน 2563

ขณะที่แบ็กลอกโอนทั้งหมด 9 โครงการ มูลค่ากว่า 13,700 ล้านบาท ซึ่งจะโอนภายในปีนี้ 3,000 ล้านบาท แบ่งโอนในครึ่งปีหลัง 1,500 ล้านบาท จากโครงการสร้างเสร็จใหม่ 5 โครงการ ได้แก่ ไนท์บริดจ์ ไพร์ม อ่อนนุช มูลค่าโครงการ 2,600 ล้านบาท, ไนท์บริดจ์ คอลลาจ สุขุมวิท107 มูลค่าโครงการ 1,080 ล้านบาท, ไนท์บริดจ์ สเปซ รัชโยธิน มูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาท, ไนท์บริดจ์ เกษตร โซไซตี้ มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท และ ไนท์บริดจ์ สเปซ พระราม9 มูลค่าโครงการ 2,300 ล้านบาท

“ปีนี้เราเน้นโอนแบ็กลอกเก่า เพราะทุกโครงการเราจะทำยอดขายพรีเซล 80-90% ก่อนแล้วปิดเซลส์ออฟฟิศเพื่อลดต้นทุน ก่อนจะเปิดขายใหม่หลังก่อสร้างเสร็จ ซึ่งคาดว่าปีหน้าปิดการขายโครงการเหล่านี้ได้  ส่วนลูกค้าที่จะโอนส่วนใหญ่เป็นสัญญาก่อน LTV จึงเร่งโอนตอนนี้ ขณะที่ลูกค้าต่างชาติที่จะโอนมีอยู่ไม่เกิน 10% จึงไม่มีปัญหากับการโอนปีนี้”

อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอให้รัฐประกาศให้สิทธิพิเศษแก่ลูกค้าต่างชาติซื้ออสังหาฯได้ 70-75% เป็นเวลา 5 ปี เพื่อให้เกิดการจับจ่ายภายในประเทศ เพราะมองว่าการซื้ออสังหาฯใช้เวลาถือครองอย่างน้อย 10 ปี มั่นคงกว่าการซื้อหุ้นที่ต่างชาติจะขายคืนเมื่อใดก็ได้

อ่านข่าวต้นฉบับ: ออริจิ้น เปิดคอนโดแบรนด์ไนท์บริดจ์ทำเลสุขุมวิท-พระราม 4 ก่อนพักลงทุนยาวถึงปี66

Categorie: Thailandia

“ธรรมศาสตร์” ลงกลอนล็อคประตู รับมือม็อบนักศึกษาบุกพรุ่งนี้

ประชาชาติ - 2 ore 26 min fa

ธรรมศาสตร์ล็อคกุญแจประตูทางเข้าฝั่งสนามหลวง เคลียร์บุคลากรออกจากพื้นที่ เตรียมรับมือหากม็อบนักศึกษาบุกเข้าพื้นที่ในพรุ่งนี้

วันที่ 18 กันายน 2563 เวลา 20.40 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยได้ได้ปิดประตูทางเข้าออกมหาวิทยาลัยแล้ว หลังประะกาศว่า มหาวิทยาลัยออกประกาศ ให้บุคลากรออกจากพื้นที่ ก่อนเวลา 2 ทุ่ม ในวันนี้ เพื่อจัดระเบียบการจราจรและสถานที่ ก่อนการนัดหมายชุมนุมใหญ่โดยแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.) เวลา 14.00 น.

พื้นที่โดยรอบมีการติดตั้งเต็นท์ขนาดใหญ่ตามจุดต่าง ๆ แต่ไม่มีการระบุชื่อหน่วยงาน

ก่อนหน้านี้ เวลา 16.30 น. ภายในมหาวิทยาลัยยังคงมีการเรียนการสอนตามปกติ ส่วนพื้นที่โดยรอบมีการติดตั้งเต็นท์ขนาดใหญ่ตามจุดต่าง ๆ แต่ไม่มีการระบุชื่อหน่วยงาน บริเวณประตูท่าพระจันทร์, ประตูฝั่งถนนพระอาทิตย์, ภายในรั้วโรงละครแห่งชาติ และประตูฝั่งสนามหลวง 2 จุด ได้แก่ จุดที่อยู่ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร และจุดที่เป็นประตูทางออกบริเวณหอประชุมศรีบูรพา

.เจ้าหน้าที่ตำรวจ EOD ติดตั้งเครื่องสแกนวัตถุ ที่บริเวณประตูทางเข้าออก มหาวิทยาลัย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม

ต่อมา เวลา 17.20 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ EOD ติดตั้งเครื่องสแกนวัตถุ ที่บริเวณประตูทางเข้าออก มหาวิทยาลัย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.) ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง ได้ติดตั้งไฟส่องสว่างโดยรอบสนามหลวงเพิ่มเติม และทางสำนักงานกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ เข้ามากางเต็นท์ เพื่อตั้งจุดคัดกรอง มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมโดยรอบสนามหลวง พร้อมนำรถสุขาเคลื่อนที่ 2 คัน มาจอดไว้ เพื่อเตรียมให้บริการแก่ผู้เข้าชุมนุม

กทม.) ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ เข้ามากางเต็นท์ เพื่อตั้งจุดคัดกรอง มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมโดยรอบสนามหลวง

กทม.) ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ เข้ามากางเต็นท์ เพื่อตั้งจุดคัดกรอง มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมโดยรอบสนามหลวง

เวลา 19.00 น. บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สงบเงียบ นักศึกษา เจ้าหน้าที่ บุคลากรทยอยออกจากพื้นที่ โดยก่อนหน้าที่มีการเผยแพร่เอกสารขอความร่วมมือให้ออกจากมหาวิทยาลัยภายในเวลา 20.00 น.

น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ได้เดินทางมาสังเกตการณ์บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประตูฝั่งสนามหลวง

เวลา 19.30 น. น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ได้เดินทางมาสังเกตการณ์บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประตูฝั่งสนามหลวง

เวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่ปิดประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฝั่งหอประชุมใหญ่ โดยมีการลงกลอน ล็อกด้วยแม่กุญแจ โดยไม่มีการใช้โซ่คล้องใดๆ

อย่างไรก็ดี หลังประตูปิดลงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบราว 10 นาย ยืนจับกลุ่มพูดคุยกันบริเวณหน้าหอประชุมใหญ่ จากนั้นมีการนำป้าย “มหาวิทยาลัยปิดทำการชั่วคราวระหว่างวันที่ 18-20 กันยายน” มาติดบริเวณหน้าประตูหอประชุมใหญ่

อ่านข่าวต้นฉบับ: “ธรรมศาสตร์” ลงกลอนล็อคประตู รับมือม็อบนักศึกษาบุกพรุ่งนี้

Categorie: Thailandia

โปรดเกล้าฯโผทหาร “บิ๊กบี้” ผงาด ผบ.ทบ.

ประชาชาติ - 3 ore 18 min fa

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สำนักนายกฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารรับราชการ จำนวนทั้งสิ้น 792 นาย

วันที่ 18 กันยายน 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้นายทหารรับราชการ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารรับราชการ สนองพระเดชพระคุณ จำนวนทั้งสิ้น 792 นาย ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาทิ

  • พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้บัญชาการทหารบก
  • พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ
  • พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ
  • พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร เป็น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งที่สำคัญๆ อาทิ พล.อ.นรศรักษ ฐิตะฐาน (ตท.19) เป็น จเรทหารทั่วไป

สำนักงานปลดกระทรางกลาโหม

พล.อ.ชูชาติ บัวขาว (ตท.20) เป็น รองปลดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยพฤกษ พูนสวัสดิ์ (ตท.20) เป็น รองปลดกระทรางกลาโหม พล.อ.อ.ธรินทร์ ปุณศรี (ตท.20) เป็น รองปลดกระทรางกลาโหม พล.อ.สมควร ทองนาค (ตท.20) เป็น ผู้อานายการสำนกงมมระมาณกลารทม พล.ท.วรวิช มลาสานต์ (ตท.20) เป็น เจากรมเสมยนตรา พล.ท.สรวุธ รัชตะนาวิน (ตท.21) เป็น ผู้อำนวยการศนยการอุตสหกรรมป้องกันประเทศและผลงงานทหาร

กองทัพไทย

พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร (ตท.21) ขึ้นเป็นผบ.ทสส.คนต่อไป พล.ท.สุพจน์ มาลานิยม รองเสนาธิการทหารบก เป็น เสนาธิการทหาร พล.ร.อ.ช่อฉัตร กะเทศ (ตท.20) เป็นรอง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ (ตท.20) เป็น รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.คำรณ เครือวิชญยาจารย์ เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ ต่ายทอง (ตท.21) เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เป็น เสนาธิการทหาร พล.อ.นเรนทร์ สิริภูบาล (ตท.21) ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ เป็นรองเสนาธิการทหาร (ตา.20) พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี (ตท.23) เป็น รองผบ.วิทยาลัยเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

กองทัพบก

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ (ตท.22) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหาบก( ผช.ผบ.ทบ.) เป็น ผบ.ทบ. พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ (ตท.19) เสนาธิการทหารบก เป็นรอง ผบ.ทบ. พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ (ตท.20) แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท.ธรรมนูญ วิถี (ตท.22) แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท.วรเกียรติ รัตนานนท์ (ตท.20 ) รองเสนาธิการทหารบก เป็นเสนาธิการทหารบก พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ (ตท.23) แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 ขณะที่รองแม่ทัพภาคที่ 1 ขยับออกไปทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง (ตท.23) ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี(ตท.24) รองเสนาธิการทหารบก พล.ท.ธเนศ วงศ์ชอุ่ม (ตท.21) เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก กลับไปเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ปรีชา จึงมั่นคง(ตท.21) รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็น แม่ทัพน้อยที่ 2 พล.ต.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ (ตท.21) รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็น แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ (ตท.22) รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4

กองทัพเรือ

พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน (ตท.20 ) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ผช.ผบ.ทร. ขึ้นเป็นผบ.ทร. พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ (ตท.20)เป็น รองผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.ท.ทรงวุฒิ บุญอินทร์ (ตท.22)เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ (ตท.21) เป็น เสนาธิการทหารเรือ พล.ร.ท.สุทธินัน สมานรักษ์ (ตท.22)เป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ

กองทัพอากาศ

พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ (ตท.20) เป็น ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.ท.ชานนท์ มุ่งธัญญา (ตท.23)รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็น เสนาธิการทหารอากาศ พล.อ.อ.สุรพล พุทธมนต์ เป็นรองผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.อ.สฤษฎพงศ์ วัฒนารางกรู เป็น ผู้บัญชาการกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ พล.อ.ท.เดชอุดม คงศรี เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทางอากาศ พล.อ.ท.ปราโมทย์ ศิริธรรมกุล เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ

สำหรับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก(ผช.ผบ.ทบ.) หรือ “บิ๊กบี้” ที่ขึ้นเป็น ผบ.ทบ ยัง.ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (รอง ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 )ทำหน้าที่ถวายพระเกียรติ และปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องรักษาสถาบันฯ จะอยู่ในตำแหน่งถึง 3 ปี จนถูกจับตามองว่า ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่มีกลุ่มที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์อย่างต่อเนื่องจะเป็นอย่างไร

นอกจากนั้น ในการปรับย้ายในส่วนคุมกำลังของกองทัพภาคที่ 1 มีชื่อของ พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพน้อยที่ 1 อดีตผู้บังคับการกรมทหารราบที่21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 รอ.) ทหารเสือราชินี เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ขณะที่ พล.ต.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง รองแม่ทัพภาคที่ 1 น้องรักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ขยับเป็น แม่ทัพน้อยที่ 1 เช่นเดียวกับ พ.อ.อมฤต บุญสุยา รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ อดีตผบ.ร.21 รอ.ได้กลับไปเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์( ผบ.พล.ร.2 รอ.)

กองทัพอากาศ นอกจาก พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ ชะตาฟ้าลิขิตให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ทอ.1 ปี โดยมีชื่อ “บิ๊กหนึ่ง” พล.อ.ท.ชานนท์ มุ่งธัญญา รองเสนาธิการทหารอากาศ ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธการทหารอากาศแค่ 6 เดือน รองเสนาธิการทหารอากาศ 6 เดือน เป็นเสนาธิการทหารอากาศ จ่อขึ้นเป็น ผบ.ทอ ในส่วนของกองทัพเรือ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผบ.ทร. สานต่อโครงการเรือดำน้ำลำที่ 2-3

คลิกอ่านประกาศที่นี่ ประกาศแต่งตั้งผบ.เหล่าทัพ

อ่านข่าวต้นฉบับ: โปรดเกล้าฯโผทหาร “บิ๊กบี้” ผงาด ผบ.ทบ.

Categorie: Thailandia

กรมอุตุฯเตือนพายุ “โนอึล” เข้ามุกดาหารแล้ว 18-20 ก.ย. ไทยฝนตกหนัก

ประชาชาติ - 3 ore 24 min fa

นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผย เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 ณ ศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์พายุ “โนอึล (Noul)” ว่า พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โนอึล” ได้เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดมุกดาหารแล้ว คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) ในระยะต่อไป ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่เป็นบริเวณกว้างกับมีลมแรง

ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ และระวังอันตรายจากลมแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

และประชาชนสามารถติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวต้นฉบับ: กรมอุตุฯเตือนพายุ “โนอึล” เข้ามุกดาหารแล้ว 18-20 ก.ย. ไทยฝนตกหนัก

Categorie: Thailandia

TSB ธรรมศาสตร์ วางแผนสอนแบบไฮบริดปี 64 สู้วิกฤตไวรัสในอนาคต

ประชาชาติ - 3 ore 28 min fa

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ เน้นการเรียนการสอนแบบรู้จริง ทำจริง เดินหน้าวิจัยเตรียมความพร้อมการจัดการเรียนการสอนแบบไฮบริดปีหน้า

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (Thammasat Business School – TSB) ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถือเป็นหลักสูตรที่เก่าแก่ในประเทศไทย ผลิตคนป้อนตลาดแรงงานให้มีการคิดวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ และพยายามผลักดันให้นักศึกษามีความรู้รอบด้าน ผ่านหลักสูตรที่มีมาตรฐานระดับโลกจาก 3 สถาบัน ได้แก่ AACSB, EQUIS และ AMBA

ช่วงที่ไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ (โควิด-19) แพร่ระบาดและมีการล็อคดาวน์ในประเทศ ทางคณะฯ สามารถจัดการเรียนการสอนท่ามกลางอุปสรค์ได้อย่างดี ทั้งนี้ ตั้งเป้าปรับรูปแบบการเรียนการสอนปี 2564 เป็นแบบไฮบริด เพื่อความพร้อมในการรองรับวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

“รศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์” คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า พยายามสร้างระบบนิเวศของ TSB ให้สอดคล้องกับพลวัตของเทคโนโลยีและโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากการเรียนรู้ในห้องเรียนแล้ว นักศึกษาจำเป็นต้องมีประสบการณ์ตรงด้วยการเรียนรู้เรื่องธุรกิจจากผู้ประกอบการจริง จึงจะสามารถพัฒนา soft skills สําหรับการเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่รู้จริง ทําเป็น

รศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์รศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์

“เราปรับหลักสูตรในทุกระดับของ TBS ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางธุรกิจในยุค disruption ที่ต้องมีความยืดหยุ่นและความรวดเร็วในการปรับเปลี่ยน โดยยึดหลักแนวคิด we will never walk alone ซึ่งหมายถึง การศึกษาต้องไม่พึ่งพิงเรื่องวิชาการอย่างเดียว แต่ต้องเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ ทั้ง 2 ส่วนนี้ต้องเดินไปพร้อม ๆ กัน โดยสัดส่วนการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในทุกหลักสูตรต้องไม่น้อยกว่า 30%”

“รศ.ดร.รุธิร์” อธิบายต่อว่า ปัจจุบันในคณะมีนักศึกษาปริญญาตรีแต่ละชั้นปีประมาณ 650 คน นักศึกษาปริญาโทและเอก 1,400 คน ทั้งหลักสูตรภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยสาขาที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันยังคงเป็นการเงินและการตลาด

“ผมรับตำแหน่งคณบดีเมื่อพฤศจิกายน 2562 และหลังจากนั้นไม่กี่เดือนต้องพบกับวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้ธุรกิจทั่วโลกประสบปัญหา ภาคการศึกษาก็เช่นกัน ในช่วงมีนาคม 2563 ผมทำการปิดคณะ แล้วเปลี่ยนการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ มีบ้างที่เจอปัญหานักศึกษาไม่พร้อม อาจารย์ไม่พร้อม ระบบอินเตอร์เน็ตไม่ดี แต่เราก็ดำเนินการสอนมาได้จนหมดเทอม”

แม้ว่าการเรียนออนไลน์จะเป็นสิ่งที่ใหม่สำหรับทั้งอาจารย์และนักศึกษา แต่ผมมองว่าสามารถนำมาปรับใช้กับการเรียนการสอนในอนาคตได้ เราจึงจะทำวิจัยเรื่องการเรียนการสอนออนไลน์โดยคณะกรรมการดิจิทัลในปีการศึกษา 2563 เพื่อพิสูจน์ว่าการเรียนการสอนออนไลน์ของคณะให้ผลที่ไม่ต่างจากการเรียนการสอนปกติ หากผลเป็นเช่นนั้นในปีการศึกษา 2564 จะมีการจัดการเรียนการสอนบางวิชาเป็นออนไลน์ เช่น วิชาพื้นฐาน

นอกจากนั้น ยังมองโมเดลการจัดการเรียนการสอบแบบไฮบริดไว้ด้วย คือ ส่วนหนึ่งเรียนออนไลน์ และอีกส่วนมาเรียนที่ห้องเรียน เพื่อดูว่านักศึกษาเข้าใจเนื้อหาจริงหรือเปล่า

อ่านข่าวต้นฉบับ: TSB ธรรมศาสตร์ วางแผนสอนแบบไฮบริดปี 64 สู้วิกฤตไวรัสในอนาคต

Categorie: Thailandia

ยื่นฟ้อง DSI – ปปง. ตรวจสอบอดีตรักษาการ ผอ.อคส ปมจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง

ประชาชาติ - 3 ore 38 min fa

“เกรียงศักดิ์” ผอ.อคส.คนใหม่ ยื่นฟ้องดีเอสไอ “รุ่งโรจน์” อดีตรักษาการ ผอ. ปมจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่องกว่าแสนล้าน พร้อมร้อง ปปง.อายัดเงินค้ำประกัน 2 พันล้าน ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ขีดเส้น 30 วันรู้ผล

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” เปิดเผยว่า วันนี้ นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้เดินทางไปยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในกรณีที่พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง อคส. ในฐานะอดีตรักษาการ ผอ. อคส. ซึ่งเป็นผู้ลงนามในสัญญาจัดซื้อถุงมือยาง จากบริษัท การ์เดียน โกลฟส์ ผู้ผลิตถุงมือยางคู่สัญญา อคส.

รวมถึงได้เดินทางไปสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอให้อายัดเงินค้ำประกัน 2,000 ล้านบาท ที่ อคส. โอนไปเป็นเงินค้ำประกันให้บริษัทแล้ว และให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย หลังจากที่คณะกรรมการ อคส. (บอร์ด อคส.) ได้สั่งให้ยุติการจัดซื้อและยกเลิกสัญญาการจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท

พร้อมกันนี้ ยังได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ ได้ดำเนินการในช่วงของการรักษาการในตำแหน่ง เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2563 เพราะมีการร้องเรียนว่า ระหว่างปีงบประมาณ 2561-63 ซึ่ง อคส.ไม่มีผู้อำนวยการ แต่มีการใช้อำนาจผูกพัน อคส. ในเรื่องต่างๆ โดยไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อ อคส. จึงให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่รักษาการผอ.อคส.ไปทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางกับบริษัทการ์เดียนโกลฟส์ จำกัดว่า ต้องให้ทางปปง
และDSIเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ รวมถึงเส้นทางเงิน2000ล้านบาท นอกจากนี้อคส.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าวขึ้นมาแล้ว ซึ่งต้องรอให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวทำงานก่อนเพราะพึ่งตั้งมาเมื่อวันที่15ก.ย.นี้

“ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฏหมาย ใครทำผิดก็ต้องรับผิดชอบ และว่าไปตามหลักฐาน  ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงายในสังกดกระทรวงพาณิชย์นั้นทุกหน่วยงานรู้หน้าที่ของตัวเองและคิดว่ามีกฏระเบียนและกฏหมายคุมอยู่แล้ว”

อ่านข่าวต้นฉบับ: ยื่นฟ้อง DSI – ปปง. ตรวจสอบอดีตรักษาการ ผอ.อคส ปมจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง

Categorie: Thailandia

สารพัดปัญหาฉุดทางคู่สายใต้ “นครปฐม-ชุมพร” เสร็จช้า 1 ปีพร้อมเปิดต.ค. 66

ประชาชาติ - 3 ore 55 min fa

รถไฟทางคู่สายใต้”นครปฐม-ชุมพร”ผู้รับเหมาพร้อมใจขอขยายสัญญาทุกตอน 1 ปี ติดหล่มสารพัดปัญหา “ปรับแบบสะพานขึงเลี่ยงระเบิด-ผู้บุกรุก-ชาวบ้านค้านแบบก่อสร้าง”  คาดเปิดใช้ต.ค.ปี’66

นายสุชีพ สุขสว่าง วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ช่วงนครปฐม – ชุมพร ระยะทาง 421 กม. วงเงิน 33,982 ล้านบาท ณ วันที่ 3 ก.ย.2563 มีความคืบหน้ารวม 67.938% ล่าช้าจากแผนไป 8.196%  โดยโครงการแบ่งเป็น 5 สัญญา แต่ละสัญญามีความคืบหน้าดังนี้

สัญญาที่ 1 งานโยธาช่วงนครปฐม – หนองปลาไหล ระยะทาง 92 กม. วงเงิน 8,200 ล้านบาท มีบจ. เอ.เอส.แอสโซซิเอท เอนยิเนี่ยริ่ง (1964)เป็นผู้รับจ้าง มีความคืบหน้ารวม 69% ล่าช้าจากแผน 0.448% เนื่องจากติดปัญหาการจัดการผู้บุกรุกบริเวณหลังสถานีนครปฐม  และการสำรวจระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ตกค้างในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งระเบิดแต่ละอันมีอานุภาพทำลายล้าง 2 กม. ต้องใช้ความระมัดระวังในการก่อสร้าง

นอกจากนี้ ในสัญญาดังกล่าว จะรวมถึงการก่อสร้างสะพานทางรถไฟแบบขึงขนานกับสะพานข้ามรถไฟจุฬาลงกรณ์ จ.ราชบุรี ความยาว 160 เมตร วงเงิน 450 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าในการก่อสร้าง 25%

โดยเป็นการเปลี่ยนแบบจากสะพานเหล็กที่กรมศิลปากรกำหนดให้สร้าง เป็นสะพานขึง เนื่องจากสะพานเหล็กแบบเดิมจะส่งผลกระทบกับทุ่นระเบิดที่อยู่ใต้แม่น้ำแม่กลองได้ และจะต้องทำหนังสือแจ้งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อทราบถึงการปรับแบบดังกล่าว ซึ่งยังไม่จำเป็นปรับแก้รายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) แต่อย่างใด

สัญญาที่ 2 งานโยธาช่วงหนองปลาไหล – หัวหิน ระยะทาง 76 กม. วงเงิน 7,500 ล้านบาท มีบมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับจ้าง มีความคืบหน้ารวม 72.111% เร็วกว่าแผน 2.493%

สัญญาที่ 3 งานโยธาช่วงหัวหิน – ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 84 กม. วงเงิน 5,800 ล้านบาท มีบมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นผู้รับจ้าง มีความคืบหน้า 74.750% เร็วกว่าแผน 0.250% สำหรับสัญญานี้เพิ่งได้รับการอนุมัติขยายสัญญาออกไปอีก 11 เดือน เท่ากับจะไปสิ้นสุดสัญญาในเดือนมิ.ย. 2564

สัญญาที่ 4 งานโยธาช่วงประจวบคีรีขันธ์ – บางสะพานน้อย ระยะทาง 88 กม. วงเงิน 6,500 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้า เคเอส-ซี (บจ.เคเอสร่วมค้า และ China Railway 11th Bureu Group Corporation Ltd) เป็นผู้รับจ้าง มีความคืบหน้า 66.951% ช้ากว่าแผน 29.478

และสัญญาที่ 5 งานโยธาช่วงบางสะพานน้อย – ชุมพร ระยะทาง 80 กม. วงเงิน 6,000 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้า เอสทีทีพี (บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และ. บจ.ไทยพีค่อนและอุตสาหกรรม) เป็นผู้รับจ้าง มีความคืบหน้า 56.131% ช้ากว่าแผน 17.436%

“สัญญา 4 และ 5 ติดปัญหาการเปลี่ยนก่อสร้างจุดตัดผ่านทางรถไฟจำนวน 4 จุด เช่น การเปลี่ยนจุดกลับรถจากแบบยกระดับเป็นแบบเกือกม้า และการเปลี่ยนจากยกระดับเป็นแบบขนานพื้นดิน ซึ่งจะต้องมีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็นประชาชนในพื้นที่เพิ่มเติม “

ทั้งนี้ งานก่อสร้างทั้ง 5 สัญญาจะมีการขอขยายเวลาสัญญาเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาต่างๆให้จบ โดยเฉลี่ยรวมแล้วจะขอเพิ่มประมาณ 1 ปี ซึ่งจะไม่กระทบกับเปิดให้บริการในเดือน ต.ค. 2566 เนื่องจากยังมีงานสัญญาที่ 6 งานจัดหาและติดตั้งระบบเดินรถ วงเงิน 6,200 ล้านบาท ที่มีบริษัท China Railway Signaliing (CRSC) เป็นผู้รับจ้าง ที่จะไปเสร็จภายในปี 2566

อ่านข่าวต้นฉบับ: สารพัดปัญหาฉุดทางคู่สายใต้ “นครปฐม-ชุมพร” เสร็จช้า 1 ปีพร้อมเปิดต.ค. 66

Categorie: Thailandia

เปิดโผรายชื่อ ดาวเด่นม็อบนักศึกษา ขึ้นปราศรัย 19-20 กันยายนนี้

ประชาชาติ - 5 ore 25 min fa

กลุ่มแนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์ เผยโฉมผู้ขึ้นเวทีปราศัยม็อบ 19 กันยายน ทั้ง 18 คน “รุ้ง-เพนกวิ้น-อานนท์-ไมค์-ไผ่” มาครบ 

วันที่ 18 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้การเปิดเผยรายชื่อผู้ที่จะขึ้นเวทีปราศรัย ในการชุมนุมครั้งนี้ แบ่งเป็นผู้ปราศรัยเวทีสนามหลวง และเวทีท่าพระจันทร์ดังนี้

  1. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
  2. นายอานนท์ นำภา หรือทนายอานนท์
  3. นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง แกนนำเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย
  4. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน กลุ่มดาวดิน สามัญชน
  5. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
  6. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง
  7. ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ หมู่อาร์ม
  8. มิน สูฮัยมี สมาชิกสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ภาคใต้
  9. นายปิยมิตร กล้าณรงค์ หรือ หลิน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์กรปอดเผด็จการเพื่อเสรีภาพ
  10. นายธนาธร วิทยเบญจางค์ หรือฮ่องเต้ เพจพรรควิฬาร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  11. นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ  หรือมิน ตัวแทนกลุ่มนักเรียนเลว
  12. น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง หรือวาดดาว นักกิจกรรมเพื่อความหลากหลายทางเพศ รองพรรคสามัญชน
  13. นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินและถิ่นเกิด
  14. นายฉัตรชัย พุ่มพวง หรือแชมป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ขณะที่ผู้ปราศัยในเวทีท่าพระจันทร์ ประกอบด้วย

  1. นายธนชัย เอื้อฤาชา กลุ่มลูกพ่อขุนโค่นเผด็จการ
  2. นางสาวธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน
  3. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
  4. นายปฏิภาณ ลือชา หรือหมอลำแบงค์ อดีตผู้ต้องขังคดีการเมือง

อ่านข่าวต้นฉบับ: เปิดโผรายชื่อ ดาวเด่นม็อบนักศึกษา ขึ้นปราศรัย 19-20 กันยายนนี้

Categorie: Thailandia

กรมอุตุฯประกาศเตือน ฉบับ12 พายุโซนร้อน “โนอึล” กระทบ 63 จังหวัด

ประชาชาติ - 5 ore 52 min fa

กรมอุตุฯออกประกาศเตือน ฉบับที่ 12 พายุโซนร้อน “โนอึล” ระบุเข้าไทย-ปกคลุมจังหวัดอำนาจเจริญแล้ว ทำฝนตกหนักหลายพื้นที่ เสี่ยงท่วมฉับพลัน ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

วันที่ 18 กันยายน 2563 กรมอุตุนิยมวิท โดยนาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ ฉบับที่ 12 “พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โนอึล” (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2563)”

ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (18 ก.ย. 2563) พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โนอึล” ได้เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดอำนาจเจริญแล้ว หรือที่ละติจูด 15.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 104.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) ในระยะต่อไป ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่กับมีลมแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ และระวังอันตรายจากลมแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

ในช่วงวันที่ 18-19 กันยายน 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 20 กันยายน 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนัก

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย และกำแพงเพชร

ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี และชัยนาท

ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวัง และควรงดการเดินเรือจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2563

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 17.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 23.00 น.

info_graphic พายุโนอึล

 

อ่านข่าวต้นฉบับ: กรมอุตุฯประกาศเตือน ฉบับ12 พายุโซนร้อน “โนอึล” กระทบ 63 จังหวัด

Categorie: Thailandia

ตำรวจ ระดมเจ้าหน้าที่ หมื่นนาย รับมือม็อบใหญ่ 19-20 กันยายน

ประชาชาติ - 6 ore 33 sec fa

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ทยอยวางกำลังจำนวนกว่าหมื่นนาย เพื่อเตรียมรับมือผู้ชุมนุมวันที่ 19-20 กันยายน ประกาศปรับใช้ “แผนการชุมนุม 63” แทน “กรกฎ 52” 

วันที่ 18 กันยายน 2563 ข่าวสดรายงานว่า ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ทยอยวางกำลังทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบไว้ตามพื้นที่ต่างๆ จำนวน 1 หมื่นกว่าคน ส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมจะมากหรือน้อยไม่สำคัญ หากไม่ทำผิดกฎหมาย และไม่กระทบสิทธิของผู้อื่นก็สามารถทำได้

รองโฆษกฯ ยังเปิดเผยด้วยว่าได้มีการปรับแนวทางการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการชุมนุมวันที่ 19-20 กันยายน จากเดิมที่จะใช้ “แผนกรกฎ 52” เปลี่ยนเป็น “แผนการชุมนุม 63” โดยสาเหตุที่เปลี่ยนเนื่องจากมีการใช้มาตั้งแต่ปลายปี 2551 พร้อมทั้งปรับให้เข้ากับการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีการบังคับใช้อยู่ในขณะนี้

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ประการสำคัญของ “แผนการชุมนุม 63” จะปรับให้เข้ากับ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ โดยจะมีการกำหนดขั้นตอน ระเบียบ แนวทางการปฏิบัติของผู้เข้าร่วมชุมนุม และแนวทางการปฏิบัติของทางเจ้าหน้าที่ จะยังคงยึดแนวทางการดำเนินการจากเบาไปหาหนัก

ส่วนการเฝ้าระวังบุคคลที่ 3 จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ ถือเป็นนโบบายสำคัญของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่รับนโยบายมาจากรัฐบาล ซึ่งต้องดำเนินการดูแลอย่างเต็มที่

ขณะที่ บ่ายวันนี้ พล.ต.ต.สุรชาติ มณีจักร ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 ได้นำกำลังเดินตรวจสอบพื้นที่บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม ด้านที่ติดกับสะพานมัฆวานสังสรรค์ ข้างทำเนียบรัฐบาล พร้อมสั่งนำแผงกั้นเหล็ก ปิดกั้นจุดที่เป็นช่องโหว่บริเวณดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัยจากผู้ชุมนุมระหว่างวันที่ 19-20 กันยายนนี้

อ่านข่าวต้นฉบับ: ตำรวจ ระดมเจ้าหน้าที่ หมื่นนาย รับมือม็อบใหญ่ 19-20 กันยายน

Categorie: Thailandia

กรมบัญชีกลาง ออกเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบภายในสำหรับหน่วยงานรัฐ

ประชาชาติ - 6 ore 3 min fa

กรมบัญชีกลาง ยกระดับการประกันและการปรับปรุงคุณภาพงานตรวจสอบภายใน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อส่งเสริมให้เกิดกระบวนการกำกับดูแลที่ดีของหน่วยงานภาครัฐ

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ ข้อ 17 (3) ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการประกันและปรับปรุงคุณภาพงานตรวจสอบภายในทั้งภายในและภายนอก ตามรูปแบบและวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด โดยกรมบัญชีกลางได้กำหนดแนวปฏิบัติการประกันและการปรับปรุงคุณภาพงานตรวจสอบภายใน และการประเมินภายในองค์กร

ซึ่งประกอบด้วย (1) การติดตามประเมินผลในระหว่างที่งานดำเนินไป (Ongoing Monitoring) และ (2) การประเมินตนเองเป็นระยะ (Periodic Self Assessments) โดยการติดตามประเมินผลในระหว่างที่งานดำเนินไปให้หน่วยงานพิจารณากำหนดวิธีการที่เหมาะสมได้เอง โดยต้องผนวกวิธีการดังกล่าวให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบ

สำหรับการประเมินตนเองเป็นระยะขอให้ดำเนินการ ดังนี้ 1. หน่วยงานของรัฐทุกประเภท ยกเว้นรัฐวิสาหกิจ ให้ประเมินตนเองเป็นระยะ โดยต้องดำเนินการอย่างน้อยตามรูปแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนดและจัดส่งรายงานผลการประเมินให้กรมบัญชีกลางภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณหรือปีบัญชีถัดไป (แล้วแต่กรณี)

ทั้งนี้ ให้เริ่มประเมินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และให้ส่งรายงานไตรมาสแรกของปีงบประมาณหรือปีบัญชี พ.ศ. 2564 (แล้วแต่กรณี) โดยบันทึกและจัดส่งทาง e-form (https://forms.gle3DizGTJaDxh8WmUm6) หรือ QR Code ยกเว้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมบัญชีกลางจะแจ้งกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้ทราบในโอกาสต่อไป

2. หน่วยงานของรัฐประเภทรัฐวิสาหกิจ ให้ดำเนินการตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจกำหนด ทั้งนี้ ส่วนราชการสามารถดาวน์โหลดแนวปฏิบัติฯ ได้ www.cgd.go.th หัวข้อ เรื่องที่น่าสนใจ หัวข้อ ตรวจสอบภายใน เลือกระเบียบ มาตรฐาน คู่มือ แนวปฏิบัติ หัวข้อ แนวปฏิบัติการประกันและการปรับปรุงคุณภาพงานตรวจสอบภายใน : การประเมินภายในองค์กร

“การออกแนวปฏิบัติการประกันและการปรับปรุงคุณภาพงานตรวจสอบภายใน : การประเมินภายในองค์กร ดังกล่าว เป็นการนำแนวทางสากลที่กำหนดโดย The Institute of Internal Auditors มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของการบริหารงานภาครัฐ เพื่อมุ่งเน้นให้หน่วยงานของรัฐมีกรอบแนวทางการประเมินภายในองค์กร ให้สามารถตรวจสอบความมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพของหน่วยงานตรวจสอบภายใน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดกระบวนการกำกับดูแลที่ดี และความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ป้องกันการประพฤติมิชอบที่อาจเกิดขึ้นต่อหน่วยงานได้” อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับ: กรมบัญชีกลาง ออกเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบภายในสำหรับหน่วยงานรัฐ

Categorie: Thailandia

สธ.เตรียมส่งทีมตรวจคัดกรอง-แจกเจลล้างมือ ม็อบนักศึกษา 19 ก.ย.

ประชาชาติ - 6 ore 5 min fa

กระทรวงสาธารณสุข เตรียมส่งทีมตรวจคัดกรอง-แจกเจลล้างมือ สกัดโควิด-19 ในการชุมนุมที่มหาวิทยลัยธรรมศาสตร์ ท่านพระจันทร์ พรุ่งนี้ 

วันที่ 18 กันยายน 2563 มติชนรายงาน ระบุว่า นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต ได้ประชุมหารือถึงการเตรียมแผนรับมือการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในการรวมตัวของนักเรียนนักศึกษาที่จะเข้าร่วมการแสดงออกทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19-20 กันยายนนี้

นพ.เอนกกล่าวว่า ทางทีม สธ.จะเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจคัดกรองอุณหภูมิร่างกายให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือจำหนึ่งไว้แจกที่หน้าทางเข้าชุมนุมด้วย ส่วนการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในช่องคอ (Swab) ยังไม่มีความจำเป็น เนื่องจากเป็นวันแรกของกิจกรรม

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมพบว่าตนเองมีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจในระยะ 4-14 วัน หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมจะต้องไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติว่าได้เข้าร่วมกิจกรรมในวันและเวลาใด และแพทย์จะทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ทันที

นพ.เอนกกล่าวต่อไปว่า สำหรับคำแนะนำของประชาชนคือ มาตรการป้องกันโรคที่สำคัญ การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ร่วมกิจกรรม ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ให้บ่อยครั้งที่สุด เนื่องจากมีการรวมคนจำนวนมากและใกล้ชิดกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดและต้องปฏิบัติทุกคนคือ การสวมหน้ากากอนามัย

“การเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ เป็นสิ่งที่ สธ.ยอมรับได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือการป้องกันการระบาด เพราะเรารักษายอดศูนย์ในประเทศไทยมาได้นานมาก แม้ว่าจะมีเคสของดีเจครั้งล่าสุดที่ผ่านมา แต่ก็สามารถจัดการควบคุมโรคได้ทั้งหมด แต่ถ้าหากมีผู้ติดเชื้อหลุดเข้าไปในกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมดังกล่าวก็เป็นเรื่องน่ากังวล เพราะอาจเกิดการระบาดได้ แต่การสวมหน้ากากอนามัยทุกคนและล้างมือบ่อยๆ จะเป็นการตัดตอนการระบาดได้ และแนะนำให้ประชาชนพกหน้ากากอนามัยไปสำรอง ส่วนอันที่ใช้แล้วก็จะต้องแยกเป็นขยะติดเชื้อ และทิ้งให้ถูกต้อง” นพ.เอนกกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับ: สธ.เตรียมส่งทีมตรวจคัดกรอง-แจกเจลล้างมือ ม็อบนักศึกษา 19 ก.ย.

Categorie: Thailandia

เบรค 2 โครงการน้ำภาคตะวันออก คลองวังโตนด-ผันน้ำประแสร์

ประชาชาติ - 6 ore 9 min fa

สั่งทบทวน 2 โครงการน้ำภาคตะวันออก คลองวันโตนด-ประแสร์ วงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท ชี้ต้องพิจารณาเพื่อความคุ้มค่า ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม เคาะแผนก่อสร้าง อ่างฯ แม่ตาช้าง – คลองโพล้ ปี 65 สทนช.พร้อมรับมือพายุ แจ้งเตือนประชาชนรับมือ พายุ “โนอึล” ช่วง ระหว่างวันที่ 18-20 ก.ย.‬ คาดฝนตก ลมแรงทุกภาคทั่วประเทศ

วันที่ 18 ก.ย. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ครั้งที่ 3/2563โดยมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมสั่งการให้ทบทวนรูปแบบ โครงการขนาดใหญ่ ภาคตะวันออก 2โครงการ มูลค่า 1000 ล้านบาท ได้แก่

1.อ่างคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ที่ถูกถอนจากร่างพรบ.64 เนื่องจากไม่ผ่านสิ่งแวดล้อม (กก.วล.) 2.โครงการผันน้ำประเเสร์ หนองค้อ บางพระ จ.ชลบุรี ให้ตรวจสอบความคุ้มค่ารูปแบบดำเนินการ ให้ชัดเจน สมบูรณ์ อีกครั้งและส่งให้ สทนช. พิจารณา ก่อนเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)

นอกจากนี้ ตามแผนงานบูรณาการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณปี 63 และงบกลาง ได้พิจารณาได้แก่ 1. โครงการพัฒนาน้ำบาดาล จำนวน 4,555 โครงการ งบประมาณ 3,685.1 ล้านบาท ปริมาณน้ำ 83.62 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์ 55,300 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 201,645 ครัวเรือน ปัจจุบันแล้วเสร็จ 1,037 โครงการ และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 3,518 โครงการ

2. โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน จำนวน 1,473 โครงการ งบประมาณกว่า 300.6 ล้านบาท ดำเนินการแล้วเสร็จ 247 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ 1,980 แห่ง และ 3. โครงการขุดลอกทางน้ำและแหล่งน้ำ จำนวน 13,341 โครงการ งบประมาณ 12,724.5 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณน้ำ 208.06 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 466,269 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 110,229 ครัวเรือน ปัจจุบันแล้วเสร็จ 301 โครงการ

“การประชุมในวันนี้ได้ร่วมกันพิจารณาโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในเป้าหมายโครงการสำคัญ ซึ่งแต่ละโครงการใช้วงเงินงบประมาณสูง การเสนอขอตั้งงบประมาณ จึงต้องมีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน เพื่อขอความเห็นจากคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำ ก่อนเสนอต่อ กนช. พิจารณา”

ส่วนโครงการขนาดใหญ่ที่พร้อมเสนอขอตั้งงบประมาณปี 65 จำนวน 6 โครงการ ที่ประชุมวันนี้ได้พิจารณาแล้วพบว่า มีเพียง 2 โครงการที่ผ่านการพิจารณา ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง จังหวัดเชียงราย ความจุ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) พื้นที่รับประโยชน์ 18,900 ไร่ มีแผนงานก่อสร้าง 4 ปี (งบปี 65-68)

และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จังหวัดระยอง ความจุ 40 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 30,000 ไร่ แผนงานก่อสร้าง 5 ปี (งบปี 65-69) ส่วนโครงการที่เหลืออีก 4 โครงการ ที่ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานเจ้าของโครงการกลับไปทบทวนรูปแบบการดำเนินการให้สมบูรณ์ และส่งให้ สทนช. พิจารณา ก่อนเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ต่อไป

นอกจากนี้ ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พบว่า ขณะนี้พายุโซนร้อน “โนอึล” ปัจจุบันได้เคลื่อนเข้าสู่พื้นที่จังหวัดมุกดาหารแล้ว ซึ่งได้ลดระดับลงจากพายุโซนร้อนเป็นพายุดีเปรสชั่น ก่อนจะกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในโซนภาคกลางของประเทศ

จากนั้นจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือเข้าสู่ประเทศเมียนมาในระยะต่อไปตามลำดับ ประกอบกับปัจจัยจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะทวีกำลังแรงขึ้น จึงส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีลมแรงในเกือบทุกภาคของประเทศ ในช่วง‪ระหว่างวันที่ 18-20 ก.ย.‬ 63 ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเป็นภาคแรกที่ได้รับผลกระทบ

อ่านข่าวต้นฉบับ: เบรค 2 โครงการน้ำภาคตะวันออก คลองวังโตนด-ผันน้ำประแสร์

Categorie: Thailandia

ผ่าน “น่าน” อย่าลืมเช็กอินอันซีนไฮเวย์ “โค้งเลข 3”

ประชาชาติ - 6 ore 31 min fa

กรมทางหลวงฝ่าฝนชวนเช็กอินอันซีนแห่งใหม่ จ.น่าน ”โค้งเลข 3” กระตุ้นท่องเที่ยวภาคเหนือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทางหลวง (ทล.) โดยแขวงทางหลวงน่านที่ 1 ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมเส้นทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ช่วงเดือนกันยายน – เดือนตุลาคม 2563 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19

กรมทางหลวงขอแนะนำสถานที่อันซีนแห่งใหม่ของจังหวัดน่านคือ “โค้งเลข 3” อยู่บนทางหลวงหมายเลข 1081 สายสันติสุข – บ่อเกลือ ตอน ดอนมูล – หลักลาย ช่วงกม.ที่ 38 – 39

โดยโค้งเลข 3 นี้ มีระยะทางประมาณ 300 เมตร ที่ลัดเลาะตามแนวธรรมชาติ 2 ข้างทางที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ของเส้นทางนี้ ทำให้เมื่อขับรถมาถึงบริเวณจุดดังกล่าว จะมองเห็นเส้นถนนที่โค้ง ดูคล้ายกับเลข 3 โดดเด่นขึ้นมาสวยงาม

ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 06.50 – 07.10 น. จะมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณโค้งเลข 3 นี้ ซึ่งก่อนถึงโค้งดังกล่าว จะมีจุดจอดรถเพื่อสำหรับถ่ายภาพกับโค้งเลข 3 บนถนนสายสันติสุข – บ่อเกลือ สามารถเลยไปท่องเที่ยวต่อได้ที่ อ.บ่อเกลือ สถานที่ท่องเที่ยวบนถนนลอยฟ้า เช่น อุทยานแห่งชาติดอยภูคา, บ่อเกลือโบราณ ฯลฯ เป็นต้น

ดังนั้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว กรมทางหลวงจึงได้ดำเนินการติดตั้งป้ายแนะนำจุดชมวิว รวมทั้งมีการขยายโค้งให้มีความชัดของเส้นถนนและทาสีแบริเออร์คอนกรีต ดูแลเส้นทางให้พร้อมใช้งานติดตั้งป้ายเตือน, ป้ายระวัง, ป้ายแนะนำ บริเวณจุดชมวิวและไฟกระพริบเพื่ออำนวยความปลอดภัย ปรับปรุงภูมิทัศน์สองข้างทาง อีกทั้งหมวดทางหลวงสันติสุขในพื้นที่ยังอำนวยความสะดวกห้องสุขา, เครื่องดื่ม และให้บริการแนะนำเส้นทางแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย

ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ช่วยกันรักษาความสะอาดไม่ทิ้งขยะลงบนพื้น หรือที่จอดรถและช่วยกันรักษาธรรมชาติไว้ โปรดขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุข “ท่องเที่ยวสุขใจ ห่างไกลโควิด-19” สวมหน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง ลงทะเบียน ‘ไทยชนะ’ เข้า – ออก

อ่านข่าวต้นฉบับ: ผ่าน “น่าน” อย่าลืมเช็กอินอันซีนไฮเวย์ “โค้งเลข 3”

Categorie: Thailandia

ซีพีเอฟร่วมแบ่งปันแนวทางการดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชนแก่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

ประชาชาติ - 6 ore 37 min fa

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมแบ่งปันการดำเนินงานและบริหารจัดการ รวมถึงการทำกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ อันเป็นการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน สอดคล้องตามหลักสากล แก่คณะผู้แทนอนุกรรมการติดตาม พิจารณา และคัดเลือกองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน นำโดย นางสาวเอมอร เสียงใหญ่ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ดร.เสรี นนทสูติ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิทธิมนุษยชน นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และ เจ้าหน้าที่กองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ที่เข้าเยี่ยมชมและตรวจประเมินองค์กรเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นองค์กรต้นแบบสิทธิมนุษยชนประจำปี 2563

นางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านทรัพยากรบุคคล ซีพีเอฟ ได้นำเสนอการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในบริษัทฯในฐานะภาคธุรกิจด้านเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารชั้นนำ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ที่สอดคล้องตามหลักสากล โดย “บุคลากร” ภายในองค์กรทุกคนทุกระดับได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม เสมอภาค ให้เกียรติ และให้โอกาส ควบคู่กับการดูแลปกป้องชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจน แสดงจุดยืนของบริษัทฯ ในการต่อต้านการใช้แรงงานทาส แรงงานเด็ก การค้ามนุษย์ และแรงงานผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางสากลด้านความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ความยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมคู่ค้าธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกันอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน

บริษัทฯ ได้นำหลักการด้านสิทธิมนุษยชนมาใช้ในการดำเนินงาน เช่น กระบวนการตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) ในกิจการประเทศไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมถึงกลุ่มเปราะบาง ซึ่งผนวกเข้ากับกระบวนการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ในทุกขั้นตอน

ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟ ได้ส่งเสริมให้มีช่องทางการร้องเรียนที่หลากหลาย เพื่อให้บริษัทและพนักงานสามารถสื่อสารถึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ช่องทางคณะกรรมการสวัสดิการประจำสถานประกอบการ บริษัทจัดให้มีสัดส่วนคณะกรรมการเพิ่มขึ้นให้จำนวนตัวแทนสอดคล้องกับจำนวนพนักงานและครอบคลุมความหลากหลาย และความเปราะบางของพนักงาน เช่น ด้านเพศ เชื้อชาติ ศาสนา และความพิการ

นอกจากนี้ ซีพีเอฟ ยังได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย อย่าง มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (Labour Protection Network: LPN) ร่วมกันจัดตั้ง “Labour Voices Hotline by LPN” ช่องทางติดต่อสื่อสารและรับฟังเสียงพนักงานจากองค์กรที่เป็นกลาง ให้พนักงานทุกคนทุกเชื้อชาติสามารถแสดงความคิดเห็นและขอความช่วยเหลือในภาษาที่พนักงานใช้สื่อสาร คือ เมียนม่า กัมพูชา และไทย ช่วยให้บริษัทรับทราบปัญหาและนำไปสู่การจัดการปัญหาและเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับ การจัดอบรมให้ความรู้แก่พนักงานไทยและต่างด้าวให้ได้มีความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน สิทธิแรงงานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและมาตรฐานสากลด้านแรงงาน แนวทางการปฏิบัติต่อพนักงาน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานด้วยความเข้าใจสิทธิของตนเองและมั่นใจว่าจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมทุกภาคส่วน ซีพีเอฟ ได้ยกระดับมาตรการความปลอดภัยตลอดทั้งห่วงโซ่อย่างเข้มข้น เพื่อดูแลและสนับสนุนพนักงานทุกคนให้มีความปลอดภัยในสุขภาพ ปฏิบัติงานด้วยความมั่นใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบต่อสังคม ในการดำเนินการผลิตอาหารได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงทางอาหาร ร่วมส่งมอบอาหารปลอดภัยให้สังคมอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิมนุษยชนให้กับสถานประกอบการของคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท โดยร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาสถานประกอบการของคู่ค้าให้มีองค์ความรู้และความเข้าใจในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน หลักกฎหมายและการปฏิบัติด้านแรงงานที่ถูกต้องและเป็นธรรม ที่จะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับภาคเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับ: ซีพีเอฟร่วมแบ่งปันแนวทางการดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชนแก่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

Categorie: Thailandia

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ รอปัจจัยใหม่หนุน

ประชาชาติ - 6 ore 41 min fa

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 14-18 กันยายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (14/9) ที่ระดับ 31.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (11/9) ที่ระดับ 31.26/28 บาท/ดอลลาร์

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ ๆ ขณะที่แผนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น ทางวุฒิสภาสหรัฐมีมติไม่รับรองแผนเยียวยารอบใหม่ที่นำเสนอโดยพรรครีพับลิกันซึ่งประกอบไปด้วย งบประมาณการใช้จ่ายราว 6.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนี้เป็นงบประมาณที่ขอเพิ่มใหม่ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงคืนวันพุธ (16/9) คณะกรรมการมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% และส่งสัญญาณว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยจนถึงปี 2566 นอกจากนี้ที่ประชุมเฟดยังได้ระบุถึงการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ของเฟดในการทำให้อัตราเงินเฟ้อมีความยืดหยุ่น และสามารถดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 2.00% ซึ่งเป็นระดับเป้าหมายเดิมของเฟดได้ในบางช่วงเวลา ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยทางคณะกรรมการจะใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

อย่างไรก็ดี นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เบื้องต้น แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และทิศทางของเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอนที่สูงมาก แม้ตัวเลขการจ้างงานเริ่มฟื้นตัวเนื่องจากประชาชนเริ่มกลับเข้าทำงาน แต่อัตราว่างงานที่ระดับ 8.4% ในเดือนสิงหาคมยังถือว่าสูงมาก และคาดว่าอัตราว่างงานอาจจะสูงกว่าข้อมูลที่เจ้าหน้าที่รายงานอยู่ประมาณ 3% เมื่อพิจารณาจากอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานที่ปรับตัวลดลง

เช่นเดียวกับการเปิดตัวข้อมูลยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานซึ่งไม่รวมสินค้าในหมวดยานพาหนะ ขยายตัวเพียง 0.7% ในเดือนสิงหาคม จากที่ขยายตัว 1.3% ในเดือนก่อนหน้า ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 1.0% จากปัจจัยดังกล่าวจึงยังมีความเป็นไปได้ที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ จะถูกกดดันอีกครั้งจากการทำกำไรกลับของนักลงทุน

ตลาดยังคงติดตามความตึงเครียดด้านความสัมพันธ์ของสหรัฐ และจีน หลังจากองค์การการค้าโลก มีคำตัดสินว่าการที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ามากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561 โดยอ้างว่าจีนได้ดำเนินการทางการค้าที่กระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายโอนเทคโนโลยี ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากสหรัฐเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเท่านั้น และสหรัฐไม่สามารถชี้แจงให้เห็นว่าสินค้าจีนที่ถูกเรียกเก็บภาษีดังกล่าวได้รับประโยชน์จากการดำเนินการทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของจีน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นักลงทุนยังคงจับตาความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะการชุมนุมใหญ่ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์นี้ (19/9) เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และกดดันให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทและสกุลเงินเอเชียมีแนวโน้มแข็งค่าตามสกุลเงินหยวน หลังจากโฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 3 ของปีนี้ หากมีปัจจัยกระตุ้นการฟื้นตัวยังคงปรากฏให้เห็นในเดือนนี้ ประกอบกับปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่ยังคงกดดันสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.06-31.35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (18/9) ที่ระดับ 31.12/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (14/9) ที่ระดับ 1.1838/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/9) ที่ระดับ 1.1844/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากรายงานของมอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่า มีแนวโน้มมากถึง 40% ที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) โดยไม่มีการทำข้อตกลง (No-deal BREXIT) ซึ่งจะทำให้การค้าระหว่างอังกฤษและอียูอยู่ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขขององค์การการค้าโลก ที่จะมีการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกัน ซึ่งมีโอกาสจะเกิดความวุ่นวายต่อการค้าระหว่างอังกฤษและอียูในช่วงเริ่มต้นปี 2564 และเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ มีการเปิดเผยข้อมูลผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซน ซึ่งขยายตัว 4.1% เทียบกับเดือนก่อนหน้าในเดือนกรกฎาคมสูงกว่าที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 4.0% จากระดับ 9.5% ในเดือนก่อนหน้า และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรปเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 77.4 ในเดือนกันยายนจากระดับ 71.5 ในเดือนสิงหาคม สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 96.8 ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1735-1.1899 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (18/9) ที่ระดับ 1.1842/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (14/9) ที่ระดับ 106.13/15 เยน/ดอลลาร์สหรับ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/9) ที่ระดับ 106.13/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยพรรค LDP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลได้มีมติเอกฉันท์เลือกนายสึงะ โยชิฮิเดะ เป็นหัวหน้าพรรค ด้วยคะแนน 377 จาก 534 เสียง ซึ่งจะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 99 ของประเทศญี่ปุ่นต่อจากนายชินโสะ อาเบะ ที่ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งในช่วงปลายเดือนสิงหาคมเนื่องด้วยปัญหาสุขภาพ

ทั้งนี้ในการประชุมในวันพฤหัสบดี (17/9) ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ -0.10% พร้อมกับคงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีไว้ที่ระดับราว 0%

นอกจากนี้บีโอเจยืนยันว่าจะยังคงดำเนินมาตรการจัดสรรเงินกู้ให้กับบริษัทเอกชนที่ได้รับผลกระทบ แถลงการณ์ของบีโอเจระบะว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้เริ่มฟื้นตัวขึ้นแล้ว โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อไป แม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจยังคงวิกฤตอันเนื่องมาจากผลกระทบขอเชื้อไวรัส COVID-19 ที่แพร่ระบาดทั้งในและต่างประเทศ

โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 104.51-106.26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (18/9) ที่ระดับ 104.55/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับ: ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ รอปัจจัยใหม่หนุน

Categorie: Thailandia

TIJ เปิดรับสมัคร RoLD 2020 : Resilient Leader ดึงผู้นำรุ่นใหม่ พัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ร่วมออกแบบหลักนิติธรรม

ประชาชาติ - 6 ore 45 min fa

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ เปิดรับสมัครผู้บริหาร และผู้นำรุ่นใหม่เข้าร่วมหลักสูตรสำหรับผู้บริหารด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา หรือ RoLD 2020 : Resilient Leader เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามเป้าหมาย UN SDG 16 หวังสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างบุคลากรในหลากหลายวิชาชีพเพื่อสร้างมาตรฐานด้านหลักนิติธรรมในสังคมไทย

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ กล่าวว่า “หลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน โดยหลักนิติธรรมเป็นปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาในทุกเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน หากสังคมนั้นมีหลักนิติธรรมที่ดี กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมเข้มแข็ง ย่อมทำให้การพัฒนาสังคมนั้นเข้าสู่เป้าหมายง่ายขึ้น
แต่หากกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมอ่อนแอ การพัฒนาสังคม หรือประเทศย่อมสำเร็จได้ยาก เนื่องจากคนในสังคมไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม สันติภาพก็จะไม่เกิดในสังคม”

“การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นอีกหนึ่งหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของสังคมที่เกิดขึ้นจากการสะสมของปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาความยากจน ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ดังนั้น เราจึงต้องสร้างหลักนิติธรรมให้เป็นรูปธรรม ที่สามารถติดตามและวัดผลได้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนา อีกทั้ง ผู้นำในยุคปัจจุบัน ต้องมีความพร้อมในการปรับตัว เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป นี่จึงเป็นเหตุผลของการเปิดหลักสูตร RoLD 2020 ครั้งนี้ เพื่อดึงนักบริหารรุ่นใหม่มาร่วมกันระดมความคิด ออกแบบ และก่อร่างพัฒนาโครงการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับหลักนิติธรรม เพราะหลักนิติธรรมเป็นพื้นฐานของสังคมที่เป็นธรรม และสังคมที่เป็นธรรมจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กล่าว

TIJ ในฐานะสะพานเชื่อมนำเอาองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรมที่เป็นมาตรฐานระหว่างประเทศสู่ประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ให้ความสำคัญ ส่งเสริม และผลักดันหลักนิติธรรม และวัฒนธรรมแห่งการรักษากติกา (Culture of Lawfulness) ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในสังคมไทย จึงได้จัดตั้งโครงการหลักสูตรสำหรับผู้บริหารด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนาหรือ RoLD Program ร่วมกับสถาบันกฎหมายและนโยบายระดับโลก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หรือ Institute for Global Law and Policy (IGLP) โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มผู้บริหาร ผู้นำรุ่นใหม่ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำความคิด และผู้ที่สนใจในประเด็นทางสังคมที่มาจากหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน มาเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ชูจุดแข็ง “ความหลากหลาย-มาตรฐานโลก”

ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งชาวไทยและต่างประเทศจะได้เรียนและแลกเปลี่ยนความรู้กับคณาจารย์ชื่อดังจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด รวมถึงวิทยากรที่มีประสบการณ์ตรง ผ่านทั้งทางรูปแบบออนไลน์ และการเรียนในสถานที่ นอกจากนี้ ยังได้ทั้งเครือข่ายระดับผู้นำหลากหลายสาขาวิชาชีพ องค์ความรู้ที่ทันสมัย แนวคิดใหม่ๆ จากหลักสูตร เพื่อนำไปปรับใช้ในองค์กร โดยหลักสูตรจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 – มิถุนายน 2564

Highlight ของหลักสูตร RoLD 2020: The Resilient Leader ประกอบด้วย

1. การบรรยายพิเศษ “Special Lecture Series” เพื่อเรียนรู้จากวิทยากรที่มีประสบการณ์โดยตรงในหัวข้อที่เกี่ยวกับหลักนิติธรรมในมุมมองที่เชื่อมนโยบาย กฎหมาย และแนวปฏิบัติทั้งในระดับประเทศและสากล เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

2. การอภิปรายนานาชาติรูปแบบออนไลน์ “Global Webinar Series” นำการเรียนการสอนโดยคณาจารย์ในเครือข่าย IGLP เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ในด้านการพัฒนาและผลกระทบที่เกี่ยวข้องทางสังคม ในประเด็นความท้าทายหลังสภาวะวิกฤตโควิด-19 เช่น Comparative regulatory responses, Social justice, poverty and inequality, Criminal justice reform, Labor, education and the future of work, และ Global governance and multilateralism

3. การเรียนการสอนรูปแบบ “The Problem Labs: Executive Future Thinking for Justice Series” โดยครั้งนี้จะใช้กรอบแนวคิด “Future Thinking” ในการเรียนการสอน ผ่าน 4 ประเด็นทางสังคม ได้แก่ 1. การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม (Access to Justice) 2.ความรุนแรงทางเพศ (Gender-based Violence) 3. การฟื้นฟูแก้ไขผู้กระทำผิดกลับสู่สังคม (Social Reintegration) 4. การต่อต้านคอร์รัปชัน (Anti-Corruption)

4. หลักสูตร TIJ-IGLP Workshop for Emerging Leaders on the Rule of Law and Policy ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–11 มิถุนายน 2564 นำโดยคณาจารย์ในเครือข่าย IGLP ตลอดจนวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อทำความเข้าใจองค์ความรู้เชิงลึก เกี่ยวกับการพัฒนานโยบายอย่างยั่งยืน

ศิษย์เก่า RoLD ร่วมยืนยัน เป็นหลักสูตรพัฒนาความเป็นผู้นำตามหลักนิติธรรม – สร้างเครือข่ายผลักดันไปสู่การเปลี่ยนแปลง

ดร.สุนทรียา เหมือนพะวงศ์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา กล่าวว่า การได้เข้าอบรมหลักสูตร RoLD ถือเป็นโอกาสอันดีในการได้รับองค์ความรู้ในระดับนานาชาติผ่านความร่วมมือกับ Havard LawSchool ทำให้เข้าใจแนวโน้มของโลกที่มีความเป็นพหุสังคม มองประเด็นปัญหาผ่านเเว่นของศาสตร์ต่างๆ เพื่อการแก้ไขปัญหา และพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมอบรมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เดินทางไปสัมผัสชีวิตผู้คนทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัด และต่างประเทศ

“การสร้างและพัฒนาศักยภาพของผู้นำการเปลี่ยนแปลงของสังคม ถือเป็นหัวใจที่จะช่วยให้ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤตต่างๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการเมืองสู่สังคมที่เป็นธรรมและมีความสุขอย่างยั่งยืน” ดร.สุนทรียา กล่าว

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากรกล่าวว่า นี่เป็นหลักสูตรที่ประทับใจที่สุดหลักสูตรตั้งแต่เคยเข้าอบรมมา มีจุดเด่นที่การนำเข้าหลากหลายสาขาอาชีพมาใช้สิ่งที่เรียกว่า “หลักนิติธรรม” เป็นจุดร่วมนำไปสู่การพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นเสน่ห์พิเศษที่ไม่เหมือนหลักสูตรอื่นที่เคยได้เรียนมา

“หลักนิติธรรม ในหลักสูตร RoLD ที่ผมเรียน ช่วยทำให้รู้สึกว่าสามารถนำมาปรับใช้ในเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวมากขึ้น เช่น เรื่องการเข้าถึงสินเชื่อของคนที่ขาดโอกาส ด้วยระบบ ด้วยกฎหมายที่ทำได้จริง และหลักสูตรนี้ช่วยให้ผมได้เปิดโลกในหลายมิติ อย่างการไปดูเรือนจำชั่วคราวดอยฮาง ที่ จ.เชียงราย ก็ทำให้ได้เห็นว่า

คนเหล่านี้จำนวนมากไม่ได้ตั้งใจทำผิด เพียงแต่เป็นผู้ที่ขาดโอกาส เมื่อเรานำหลักนิติธรรมไปให้โอกาสเขา เขาจะสามารถใช้โอกาสนั้นกลับมาสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ ผมก็นำสิ่งที่เห็นมาเสนอเป็นการใช้มาตรการทางภาษีที่สนับสนุนให้เอกชนที่จ้างแรงงานจากคนกลุ่มนี้มาหักภาษีเพิ่มได้ เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมสร้างโอกาสให้เขา ก็เห็นได้ว่า สามารถนำไปใช้ได้จริง”

รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า นอกจากเนื้อหาหลักสูตรที่มีความเป็นสหวิทยาการ ผนวกความรู้ด้านการบริการและกฎหมายไว้ด้วยกันแล้ว หลักสูตร RoLD ยังเน้นสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการอภิปราย ตั้งคำถามระหว่างกลุ่มนักศึกษาด้วยกัน ผสมผสานกับภาคปฏิบัติที่ทำให้เข้าใจเป้าหมายของหลักนิติธรรมที่มุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเป็นธรรม ทุกคนในสังคมมีส่วนร่วม ทำให้เกิดการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า การได้เข้าร่วมหลักสูตร RoLD ได้ขยายมุมมองด้านกฎหมายที่มีความคล้ายคลึงกับหลักคิดด้านวิศวกรรม นำมาพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำของตนเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารองค์กรในยุคดิสรัปชั่นที่จำเป็นต้องอาศัยความยุติธรรมเป็นหลักในการบริหาร

นางสิรินยา บิซอฟ นางแบบ และนักเคลื่อนไหวทางสิทธิสตรี กล่าวว่า การได้เข้าร่วมหลักสูตร RoLD นับเป็นโอกาสอันดีในการเปิดมุมมองใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เข้าใจกระบวนการคิดของผู้เข้าร่วมหลักสูตรที่มาจากหลากหลายภาคส่วนทั้งผู้กำหนดนโยบาย นักธุรกิจ ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม และภาคประชาสังคม สะท้อนถึงแนวคิดของหลักนิติธรรมที่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และ ดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่ https://tijforum.org/ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563

อ่านข่าวต้นฉบับ: TIJ เปิดรับสมัคร RoLD 2020 : Resilient Leader ดึงผู้นำรุ่นใหม่ พัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ร่วมออกแบบหลักนิติธรรม

Categorie: Thailandia

กรมศิลป์ เพิ่มกำลังเฝ้าระวัง เสี่ยงม็อบเกิดความรุนแรง-ปิดสถานที่ทันที

ประชาชาติ - 6 ore 51 min fa

กรมศิลปากร สั่งเจ้าหน้าที่คุมเข้ม พร้อมเพิ่มกำลังดูแลจุดสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน สั่งหากมีความรุนแรง-บุกรุกจากกลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมสั่งปิดสถานที่ทันที

วันที่ 18 กันยายน 2563 มติชนรายงานว่า นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เผยว่า วันที่ 19 กันยายน ผู้บริหารระดับสูงของกรมฯ จะประจำการอยู่ในพื้นที่ พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่รายงานสถานการณ์เป็นระยะ เพื่อประเมินสถานการณ์และปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ทันท่วงที หากเกิดความรุนแรงจะสั่งปิดให้บริการแหล่งเรียนรู้ทั้งหมดทันทีจนกว่าสถานการณ์จะสงบ

ทั้งนี้ กรมศิลปากร มีอาคารที่ทำการและแหล่งเรียนรู้หลายแห่งที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้แก่ อาคารกรมศิลปากร ตึกถาวรวัตถุหรือศูนย์นราธิปเพื่อการวิจัยสังคมศาสตร์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป และโรงละครแห่งชาติ  ซึ่งล้วนเป็นสถานที่สำคัญและเก็บรักษาโบราณวัตถุที่สำคัญของชาติไว้จำนวนมาก

สำหรับอาคารกรมศิลปากร และโรงละครแห่งชาติ ได้ปิดให้บริการอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ พร้อมปิดประตูทางเข้า-ออก ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป และอาคารถาวรวัตถุยังคงเปิดให้บริการปกติ แต่จะกำหนดให้มีการเข้าออกทางเดียวทั้งในพื้นที่และอาคารทุกจุด

อย่างไรก็ตาม ทางกรมศิลปากรได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบทางเข้า-ออก ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการทุกคนอย่างเคร่งครัด และเพิ่มกำลังตามจุดสำคัญตั้งแต่คืนวันที่ 18 กันยายน พร้อมกำชับให้มีการตรวจสอบอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย เช่น กล้องวงจรปิด ถังดับเพลิง เครื่องมือสื่อสารภายใน ระบบไฟฟ้า

นายประทีป กล่าวว่า หากเกิดเหตุไฟไหม้ หรือการบุกรุกสถานที่ราชการ ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้ซักซ้อมไว้ได้เลย

อ่านข่าวต้นฉบับ: กรมศิลป์ เพิ่มกำลังเฝ้าระวัง เสี่ยงม็อบเกิดความรุนแรง-ปิดสถานที่ทันที

Categorie: Thailandia

IRPC จัดบรรยายพิเศษภายใต้โครงการ “IRPC Cubic Academy Season 6”

ประชาชาติ - 6 ore 58 min fa

คุณอาริสรา สุธาสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักกิจการองค์กร บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC กล่าวต้อนรับผู้ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษภายใต้โครงการ “IRPC Cubic Academy Season 6” ในหลักสูตร “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” (Climate Change) โดยได้รับเกียรติจากวิทยากร 2 ท่าน ผู้คว่ำวอดในวงการการจัดการและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดร. วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) บรรยายในหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” (Climate Change) และ นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน (หมอล๊อต) นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช บรรยายในหัวข้อ “เสริมสร้างความตระหนักรู้ และความรับผิดชอบร่วมกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อการบูรณาการอย่างยั่งยืน (กรณี ศึกษา-โรคอุบัติใหม่)” ให้แก่ผู้บริหาร พนักงาน และยังได้รับความสนใจจากคู่ค้า และลูกค้า เข้าร่วมรับฟังด้วย

IRPC ดำเนินโครงการ IRPC Cubic Academy Season 6 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้าง ความตระหนักรู้และความเข้าใจด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยการเผยแพร่องค์ความรู้ หลักการ แนวคิด และแนวปฏิบัติที่สำคัญ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ใน การปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับ: IRPC จัดบรรยายพิเศษภายใต้โครงการ “IRPC Cubic Academy Season 6”

Categorie: Thailandia

โตโยต้า แฮริเออร์ ไฮบริด จัดจ้าน…ไร้รอยต่อ

ประชาชาติ - 7 ore 4 min fa
คอลัมน์ เทสต์ คาร์ อมร พวงงาม

เสี่ยต๊ะ “พีรศุษม์ ตันติยันกุล” แห่ง ค่ายอีตั้น นอกจากจะมีรถตระกูลเอ็มพีวีครบทุกไลน์แล้ว ยังมีเอสยูวีแจ่ม ๆ เสิร์ฟให้ลูกค้าด้วย

ล่าสุดกับ ออลนิว โตโยต้า แฮริเออร์ โมเดลเยียร์ 2020 อวดโฉมให้เห็นตัวเป็น ๆ แล้วในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา

ตัวนี้เป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 พัฒนาบนแพลตฟอร์ม TNGA (Toyota New Global Architecture)

มีให้เลือกทั้งขุมพลังไฮบริด เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ราคาไม่แพงด้วย เริ่มต้นที่ 2.49 ล้านบาท

ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้เอสยูวีโตโยต้าผมว่าไม่ควรปล่อยผ่านอย่างเด็ดขาด อยากจะบอกว่า ฟีลลิ่งการขับขี่สมบูรณ์แบบมาก

โดยเฉพาะหลายท่านที่เบื่อหน่ายกับการใช้งานรถไฮบริด ซึ่งทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า มีรอยต่ออาจกระโชกโฮกฮาก

แต่เจเนอเรชั่นใหม่นี้ไม่มีสะดุด ราบเรียบนุ่มนวลไร้รอยต่อ ขับสนุก

จะมีหงุดหงิดบ้างก็ตรงที่ขาดแพดเดิลชิฟต์ ปุ่มปรับเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย แต่สามารถชดเชยได้ที่เกียร์แบบทิปทรอนิก

 

ซึ่งคันเกียร์สามารถตบเข้าหาตัวก่อนแล้วโยกขึ้นโยกลง อยากจะลดหรือเพิ่มตำแหน่งเกียร์สามารถทำได้ ซึ่งก็สนุกไปอีกแบบ

รุ่นที่คลุกอยู่ด้วยกันเกือบสัปดาห์ เป็นไฮบริด 2.5 ลิตร ขับเคลื่อนสองล้อ ให้กำลังจากเครื่องยนต์ 178 แรงม้า

และมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 88 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์ซีวีที 6 สปีด ในสเป็กบอกอัตราการบริโภคน้ำมันไว้ 24 กม./ลิตร ประหยัดสุด ๆ

ส่วนรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร 171 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ยังไม่ได้สัมผัส

แต่เชื่อขนมกินได้ว่าคงสนุกไม่แพ้กัน จะต่างกันนิดก็ตรงไม่ประหยัดและไม่รักษ์โลกเท่านั้น ทั้งสองรุ่นมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

รูปลักษณ์ของแฮริเออร์ใหม่นี้ผมว่าน่าจะตกเป็นเป้าสายตาพอสมควร เพราะเท่าที่ขับขี่บนท้องถนนมักมีคนเหลียวหลังมองกันเยอะทีเดียว

อุปกรณ์การใช้งานภายใน ก็ดูทะมัดทะแมงดีมาก

แต่หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ตรงกลาง วางสูงไปนิดทำให้ทัศนวิสัยเสียไปบ้างสำหรับผู้ขับขี่ที่ชอบนั่งต่ำ

แฮริเออร์ใช้กระจกตัดแสงและป้องกันยูวี ไฟหน้าเป็นแอลอีดี เปิดปิดอัตโนมัติ อะแดปทีฟด้วยรับรองไม่รบกวนสายตารถที่วิ่งสวนมาแน่นอน

ระบบช่วงล่างหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต หลังดับเบิลวิชโบนพร้อมคอยล์สปริง เห็นตัวสูง ๆ แบบนี้ หนึบหนับเอาเรื่องเลยทีเดียว

ยิ่งได้แพลตฟอร์ม ทีเอ็นจีเอ พวงมาลัยไฟฟ้าแม่นยำ และระบบเบรกหน้าไฟฟ้าทำให้แฮริเออร์ขับสนุกมาก ๆ

แต่มีข้อแม้ต้องปลดระบบการควบคุมรถให้อยู่ในเลนออกก่อนนะครับ

เพราะอาจจะทำให้เสียความแม่นยำไปจากอาการฝืนให้กลับมาอยู่ในเลนของระบบ

ส่วนด้านความปลอดภัยอื่น ๆ มีมาให้ครบเป็น Toyota Safety Sense 2.0 ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ

เตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน

ระบบ road sign assist (RSA) สามารถอ่านป้ายจราจรควบคุมความเร็ว

แต่เซ็นเซอร์ของตำรวจจราจรอาจจะทำงานได้เร็วกว่ารึป่าวยังไม่ได้ทดลองครับ

แจ้งเตือนเมื่อเมื่อยล้า มีเซ็นเซอร์รอบคัน 8 จุด สาว ๆ ไม่ต้องห่วงปลอดภัยทั้งการจอดแบบเข้าซอง

หรือจอดชิดขอบทาง แถมตัวนี้ยังติดตั้งกระจกส่องขอบทาง บริเวณส่วนล่างของกระจกมองข้างด้านซ้ายให้มุมมองที่กว้างขึ้น

ระบบเครื่องเสียง อาจจะต้องปรับปรุงอีกนิดหน่อย เพราะติดรถมาจากญี่ปุ่น ปรึกษาเซลส์ได้ครับ อาจจะได้คำแนะนำที่ดีขึ้น

ส่วนลำโพงเป็นเจบีแอล 9 ตัว ให้เสียงใสกริ๊ง

วงพร้อมพวงมาลัยหนังแท้ เบาะผ้าผสมหนัง มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา, สีดำและสีนํ้าตาล

ให้กันเยอะแบบนี้ ราคาค่าตัว 2 ล้านต้น ๆ ปลอยหลุดมือได้ไง

อ่านข่าวต้นฉบับ: โตโยต้า แฮริเออร์ ไฮบริด จัดจ้าน…ไร้รอยต่อ

Categorie: Thailandia