ประชาชาติ

Abbonamento a feed ประชาชาติ ประชาชาติ
เตือนคุณล่วงหน้า ทุกคำ ทุกข่าว
Aggiornato: 1 ora 12 min fa

trueID รับอานิสงส์ “โควิด”ดันยอดเพิ่มขึ้น 3.1 ล้านดาวน์โหลด

1 ora 43 min fa

วิกฤตโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมการเลือกรับชมคอนเทนต์ ในด้านสาระบันเทิงเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่ง “ทรูไอดี” ก็เป็นอีกแพลตฟอร์มที่มีการใช้งานสูงขึ้น

“ไมเคิล กรีซีลส์” กรรมการบริหาร บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป เปิดเผยว่า ผลสำรวจของ App Annie บริษัทวิจัยข้อมูลเชิงลึกระดับโลกในวงการอุปกรณ์พกพา รายงานว่าช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 ทรูไอดีก้าวกระโดดขึ้นอันดับ 1 หมวดผู้ให้บริการแอปพลิเคชันด้านบันเทิง ด้วยยอดเพิ่มขึ้น 3.1 ล้านดาวน์โหลดในเดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ทั้งบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และ iOS

คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ได้แก่ อนิเมะ โดย “นารูโตะ” มียอดวิวเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 78% ขณะที่ “โคนัน” เพิ่มขึ้น 62% และ”โปเกมอน”เพิ่มขึ้น 52%

ขณะเดียวกันในส่วนของบริการ TrueID In-Trend  ซึ่งเป็นการนำเสนอคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นจากผู้ใช้ (User Generated Content) ยังเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

มีผู้สมัครมาเป็นนักเขียนเพิ่มขึ้นถึง 180% สูงกว่าเดิม 3 เท่าตัว โดยมีการเข้ามาใช้งานในระหว่างวันจันทร์ – ศุกร์ ช่วงเวลา 12.00 น. – 19.00 น. เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า

“มีนักเขียนที่เขียนบทความเกี่ยวกับโควิด-19 มากกว่า 500 คน มีบทความกว่า 1,000 ผลงานได้รับการเผยแพร่ และมีผู้อ่านกว่า 100,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเมษายนที่ผ่านมาโดยเพิ่มมากที่สุดในกลุ่มอายุ 25-34 ปี ซึ่งสูงขึ้นกว่า 70%”

สำหรับหัวข้อบทความที่ได้รับความนิยมอ่านสูงสุดในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้แก่  หัวข้อบันเทิง รีวิวหนัง และซีรีส์

รวมถึงเสริมฟีเจอร์ใหม่ “โทรฟรี” ทุกเครือข่ายโดยไม่เสียค่าอินเทอร์เน็ต ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากด้วยยอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 160% 

“การได้รับความนิยมด้วยยอดดาวน์โหลดสูงสุดในไตรมาสแรกครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญให้ทรูไอดี เดินหน้าสร้างสรรค์แอปพลิเคชันแห่งความบันเทิง เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตใหม่ของคนไทยอย่างต่อเนื่อง”

ล่าสุดยังมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าทรูโดยเฉพาะ ด้วยแคมเปญลุ้นโชค “ยิ่งใช้ทรู ยิ่งได้พอยท์ ยิ่งได้โชค” เพียงใช้ 3 ทรูพอยท์ลุ้นได้ทุกวันที่แอปทรูไอดี ลุ้นทองทุกสัปดาห์ ลุ้นรถทุกเดือน รวมมูลค่ากว่า 22 ล้านบาท

“เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำของทรูไอดี ในฐานะศูนย์รวมความบันเทิงที่สุดกว่า ดีกว่า เหนือกว่า”

Categorie: Thailandia

หลับคาจอ

2 ore 34 min fa

คอลัมน์ คุยกับเอกราช โดย เอกราช เก่งทุกทาง

บุนเดสลีกา เยอรมัน กลับมาแข่งใหม่เรียบร้อย ถือเป็นเรื่องดีของฟุตบอลยุโรปที่น่าจะได้เล่นจนจบฤดูกาล

แต่ในมุมที่บอลแข่งสนามปิด ไม่ให้คนดู เน้นถ่ายทอดสด ให้ชมที่บ้านอย่างเดียว โปรดักชั่นของบอลเยอรมันเท่าที่เห็น ยังสอบไม่ผ่านนะครับ

มันดูว่างเปล่า แห้งแล้ง เหมือนบรรยากาศในสนาม ซึ่งตามหลักของความเป็นรายการเอ็นเตอร์เทนทางทีวี มันทำแค่นี้ไม่ได้

การถ่ายทอดสดฟุตบอลทางทีวี ไม่เหมือนไปดูฟุตบอลที่สนาม เวลาคุณอยู่ในสนาม หัวใจคือบรรยากาศการมีส่วนร่วม ได้เรื่องความ “อิน” เราบิลด์ตัวของเราเอง ถึงรายละเอียดในเกมจะหายไป รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้บ้าง ยิงเข้าบางลูกก็ดูไม่ทัน แต่ได้อารมณ์ร่วมมาทำให้สนุก

ขณะที่บอลทางทีวี คนดูเห็นแค่ภาพจากจอ 4 เหลี่ยม ได้บรรยากาศน้อยกว่ามาก ยิ่งเป็นบอลช่วงโควิด ไม่มีคนดูในสนาม ความน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งหายไป สนามขาดเสียงเชียร์ มีแต่เสียงสตาฟโค้ชตะโกนสั่งเกม ภาพรวมของบอลเยอรมันถ่ายทอดทีวีจึงแทบไม่ต่างจากดูบอลซ้อม น่าเบื่อชะมัด

ขนาดคู่ดอร์ทมุนด์-ชาลเก้ กับโคโลญจน์เจอไมน์ซ ซึ่งเตะกันสนุกทั้ง 2 เกม ผมดูไปซักพักยังเผลอหลับ แล้วก็งีบเป็นช่วง ๆ ตามตลอด 90 นาที ไม่ไหวจริง ๆ

ตรงนี้โปรดักชั่นทีวีต้องช่วยด้วย เพราะฟุตบอลแข่งสนามเปล่า ขายตัวเองเพียว ๆ ไม่ได้ ทีวีต้องหาลูกเล่นมาบิลด์เพิ่มความสนุก ความน่าสนใจให้คนดู

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เตรียมกลับมาแข่งเดือนหน้า คงเห็นตัวอย่างความจืดของบอลตู้เยอรมัน เลยวางแผนจะหาอะไรใหม่ ๆ เป็นสีสันให้ช่วงถ่ายทอดสด

มีข่าวว่าเขาจะเอากล้องไปเก็บภาพบรรยากาศในห้องแต่งตัว เจาะให้คนดูเห็นเบื้องลึกก่อนแข่ง พอพักครึ่งก็จะมีสัมภาษณ์กุนซือ หรือนักเตะ คล้าย ๆ กับทีวีอเมริกา ที่ถ่ายทอดสดอเมริกันฟุตบอล

ตอนแรก ทางอังกฤษอยากเอาไมโครโฟนไปติดตรงม้านั่งข้างสนาม กะให้คนดูฟังเสียงกุนซือกับสตาฟโค้ชสั่งการแก้เกมชัด ๆ เสียดายที่ไอเดียนี้ต้องพับไป เพราะคาดว่าซาวนด์ที่ได้ยินน่าจะเต็มไปด้วยคำหยาบ เป็นคำพูดที่เขาใช้กระตุ้นกันในเกม แต่ไม่เหมาะที่จะให้ผู้ชมทางบ้านได้ยิน

ฟุตบอลจะกลายเป็นรายการติดเรต ทำเด็กและเยาวชนเสียคนไปตาม ๆ กัน !

แต่ทั้งหมดก็เป็นความพยายามเติมชีวิตชีวาให้บอลตู้ยุคโควิด ซึ่งผมยืนยันอีกทีว่า ต้องเยอะกว่าเดิม จะถ่ายแค่เกมเพียว ๆ ทำแบบที่เคยทำมาก่อนไม่ได้

ยิ่งคาดว่าบอลอาจต้องแข่งแบบไม่มีคนดูไปอีกเป็นปี โปรดักชั่นทีวียิ่งต้องหาทางขายของให้เฉียบ ไม่งั้นเรตติ้งอาจจะดิ่งในระยะยาวนะครับ

Categorie: Thailandia

สรรพากร อัดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ 1.4 แสนล้าน ผ่านมาตรการ “เลื่อน-เร่ง-ลด-แรงจูงใจ”

3 ore 38 min fa
กรมสรรพากร เติมเม็ดเงินลงเศรษฐกิจกว่า 1.4 แสนล้านบาท หลังออกมาตรการทางภาษี “เลื่อน-เร่ง-ลด-แรงจูงใจ” ดูแลบุคคลธรรมดา-ผู้ประกอบการรับผลกระทบจากโควิด-19

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้ผลักออกมาตรการภาษี และเร่งคืนภาษีให้กับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งจะทำเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 1.4 แสนล้านบาท ผ่านหลักปฎิบัติ 4 เรื่อง ได้แก่ “เลื่อน เร่ง ลด และแรงจูงใจ” ประกอบด้วย 1.เลื่อน กรมสรรพากรได้ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ การนำส่ง และการชำระภาษีอากร เช่น ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90, 91, 93 และ 95) จากวันที่ 31 มี.ค. 2563 เป็นวันที่ 31 ส.ค. 2563 และขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50 และ 55) ที่ต้องชำระภายในเดือนเม.ย. – ส.ค. 2563 เป็นวันที่ 31 ส.ค. 2563 รวมทั้งขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 51) ที่ต้องชำระภายในเดือนเม.ย. – ก.ย. 2563 เป็นวันที่ 30 ก.ย. 2563

2. เร่ง คืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปแล้วกว่า 95% จากผู้ขอคืนทั้งหมดประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นภาษีที่คืนประมาณ 28,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ในช่วง 7 เดือนแรก ของปีงบประมาณ 2563 (ต.ค. 2562 – เม.ย 2563) กรมสรรพากรเร่งคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล กว่า 27,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.7% จากปีก่อน

3.ลด กรมสรรพากรได้ผลักดันมาตรการคืนสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศ โดยการลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตรา 3% ให้เหลือในอัตรา 1.5% สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 30 ก.ย. 2563 เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น และเพื่อช่วยสนับสนุนการชำระเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (e – Payment) โดยเฉพาะระบบ การดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย (e – Withholding Tax)​ กรมสรรพากรได้ลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากอัตรา 3% ให้เหลือ 2% สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2564 ที่จ่ายผ่านระบบ e – Withholding Tax

4.แรงจูงใจ กรมสรรพากรได้ออกมาตรการภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการคงการจ้างงานในช่วงสถานการณ์ที่การแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท และมีการจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน สามารถหักรายจ่ายได้ 3 เท่า สำหรับรายจ่ายค่าจ้างในช่วงเดือนเม.ย.– ก.ค. 2563 เป็นต้น

Categorie: Thailandia

นิสสัน ฟันธงตลาดปีนี้ร่วง 35% ขายทุกยี่ห้อแค่ 6 แสนคัน

3 ore 49 min fa
นายราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลกระทบไวรัส โคโรน่า 2019 จะทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปีนี้หดตัว 30-35% หรือมียอดขาย 6-6.1 แสนคัน

แม้จะมีกระแสข่าวกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเสนอ 3 แนวทางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์แก่ภาครัฐ ได้แก่ 1.รถเก่าแลกรถใหม่ มูลค่าสูงสุด 1 แสนบาท, 2.เลื่อนบังคับใช้มาตรฐานยูโร 5 และยูโร 6 เป็นปี 2565 จากเดิม 2564 และ 3.ลดภาษีสรรพสามิตทุกประเภท 50% ไปจนถึงสิ้นปี 2563 ก็ตาม

นายราเมช กล่าวอีกว่านิสสันยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายยอดขาย คิกส์ อี-เพาเวอร์ และยังคงยืนราคาขายเท่าเดิม เริ่มต้นที่ 889,000 บาท ถึง 1,049,000 บาท รับประกันคุณภาพรถยนต์ ใหม่ 3 ปีแสนกม. และรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 10 ปี รับประกันระบบไฟฟ้า 5 ปี

Categorie: Thailandia

‘เราไม่ทิ้งกัน’ ปิดจ็อบสิ้นเดือนนี้ ‘คลัง’ ชี้ผ่านเกณฑ์รับเงิน 5 พันไม่ถึง 16 ล้านคน

4 ore 5 min fa

วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการเยียวยา 5,000 บาท ว่า ล่าสุดมีผู้ผ่านเกณฑ์รับเงินแล้ว 15.1 ล้านคน ขณะนี้ยังเหลือผู้ที่ผ่านเกณฑ์แล้วยังไม่ได้รับเงินส่วนน้อย ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ผ่านเกณฑ์รับเงินเยียวยาน้อยกว่า 16 ล้านคน ตามจำนวนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดไว้

“หากพิจารณาตามตัวเลขผู้ผ่านเกณฑ์ 15 ล้านคน อยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ์ประมาณ 2.5 แสนคน ซึ่งตอนนี้ยังเหลือกลุ่มที่ผู้พิทักษ์สิทธิ์ยังไม่ได้ลงพื้นที่ เข้าไปตรวจสอบและยืนยันตัวตน ประมาณ 2 หมื่นคน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ และยืนยันว่า จะปิดโครงการในสิ้นเดือนพ.ค.นี้” นายลวรณ กล่าว

พร้อมกันนี้ ในกลุ่มอยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิ์ 2.5 แสนคน จำนวนนี้ประมาณ 1 แสนราย เป็นผู้ขอทบทวนสิทธิ์ ซึ่งเคยได้รับการติดต่อจากทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์แล้ว แต่ไม่สามารถนัดพบได้ หรือที่อยู่จริงในปัจจุบันไม่ตรงกับที่ลงทะเบียนไว้ตอนขอทบทวนสิทธิ์ ทำให้ผู้พิทักษ์สิทธิ์ไม่สามารถเจอตัวได้ และยังมีอีก 6 หมื่นราย เป็นกลุ่มที่ผู้พิทักษ์สิทธิ์ได้พยายามติดต่อไปหาแล้วหลายครั้งแต่ติดต่อไม่ได้

ทั้งนี้ ในกลุ่มที่กล่าวมาข้างต้นนี้ กระทรวงการคลังได้ส่ง SMS แจ้งให้ทราบอีกครั้งแล้ว และขอให้กลุ่มดังกล่าวให้ไปติดต่อที่สาขาธนาคารกรุงไทยที่สะดวกที่สุด เพื่อยืนยันตัวตนและการประกอบอาชีพ โดยนำบัตรประชาชนตัวจริงไปแสดงพร้อมหลักฐานการประกอบอาชีพได้จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2563

Categorie: Thailandia

ญี่ปุ่นยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน “โตเกียว” เร่งเปิดสถานศึกษา-ฟื้นภาคธุรกิจ

4 ore 14 min fa

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะของญี่ปุ่น ประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศแล้วในวันนี้ (25 พ.ค.) โดยอนุญาตให้ภาคธุรกิจและสถานศึกษาสามารถกลับมาเปิดทำการได้อีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลของหลายฝ่ายว่า การยกเลิกมาตรการคุมเข้มทั้งหมดอาจส่งให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลับมารุนแรงอีกครั้ง

โดยการประกาศครั้งนี้เป็นการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงโตเกียวและอีก 4 จังหวัด ได้แก่ คานางาวะ, ชิบะ, ไซตามะ และฮอกไกโด ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ยังคงมาตรการฉุกเฉินไว้เฉพาะในพื้นที่ดังกล่าวไว้

อย่างไรก็ตาม การยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้ กรุงโตเกียวและ 4 จังหวัดดังกล่าวจะยังคงเป็นพื้นที่เฝ้าระวังอย่างเข้มงวด และอาจมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้อีกครั้ง หากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น

นายอาเบะยังเปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 แผนมูลค่ารวมกว่า 200 ล้านล้านเยน และจะเดินหน้ามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แม้จะยังคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการกลับสู่ภาวะปกติ และควบคุมความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้ได้ทั้งหมด แต่ความสำเร็จในการควบคุมโรคระบาดได้ภายในเวลาเพียง 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็นับเป็นความแข็งแกร่งของ “โมเดลญี่ปุ่น”

ปัจจุบันญี่ปุ่นมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 16,600 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 839 คน แต่อัตราการติดเชื้อของญี่ปุ่นก็ลดลงต่ำลงอย่างต่อเนื่องในขณะนี้  

Categorie: Thailandia

เพิ่มงบบัตรทอง 1.4 หมื่นล้าน เตรียมรับคนตกงาน 9.9 แสนคน

4 ore 17 min fa

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2563 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นการหารือครั้งแรกของบอร์ด สปสช.วาระ พ.ศ.2563-2567 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบ ข้อเสนอการขอรับงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับปี 2563-2564 จากผลกระทบกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ภายใต้งบเงินกู้ 45,000 ล้านบาท ที่ สธ.ได้รับจัดสรรจากรัฐบาล  

นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้การดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2563-2564 ต้องปรับงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อรองรับดูแลประชาชนให้เข้า  ถึงบริการสุขภาพกรณีโควิด-19 ที่จำเป็นอย่างครอบคลุมและทั่วถึง พร้อมสนับสนุนหน่วยบริการดำเนินการตามนโยบายเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ในการให้บริการประชาชน ทั้งบริการกรณีรักษาโควิด-19 และบริการกรณีอื่น เพื่อลดการติดต่อและการแพร่ระบาดของโรคตามมาตรการบริการที่กำหนดโดยกรมการแพทย์ รวมถึงกรณีการว่างงานของประชากรที่รับผลกระทบและจะโอนมาใช้สิทธิบัตรทอง โดยปีงบประมาณ 2563 ขอรับการสนับสนุน จำนวน 2,201.58 ล้านบาท เพิ่มเติมจากงบประมาณกรณีโควิด-19 ที่รัฐบาลจัดสรรก่อนหน้านี้ 4,280.12 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2564 สนับสนุนเพิ่มเติมอีก 12,643.84 ล้านบาท รวมงบประมาณที่ต้องขอรับจัดสรรจากรัฐบาลเพิ่มเติมทั้งสิ้น 14,845.42 ล้านบาท หลังจากนี้จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป

“ทั้งนี้งบประมาณข้างต้นนี้ แยกเป็นบริการกรณีโควิด-19 จำนวน 11,474.72 ล้านบาท แยกเป็นงบที่เพิ่มเติมในปี 2563 จำนวน 2,122.41 ล้านบาท และปี 2564 จำนวน 9,352.31 ล้านบาท ครอบคลุมบริการส่งเสริม  สุขภาพและป้องกันโรค ทั้งตรวจคัดกรองกลุ่มเป้าหมายตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กำหนด บริการโรงพยาบาลสนาม หรือใน Hospital Quarantel เฉพาะกรณีสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 และบริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ส่วนบริการรักษาพยาบาลได้เพิ่มเติมงบบริการผู้ป่วยใน บริการโรงพยาบาลสนาม หรือใน Hospitel เฝ้าระวังการติดเชื้อก่อนกลับบ้าน และบริการรับส่งต่อผู้ป่วยของหน่วยบริการเฉพาะกรณีสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19″ รัฐมนตรีว่าการ สธ.กล่าว 

นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนบริการอื่นได้เสนอเพิ่มเติมเป็นจำนวน 4,455.02 ล้านบาท แยกเป็นงบเพิ่มเติมในปี 2563 จำนวน 79.17 ล้านบาท และปี 2564 จำนวน 4,375.85 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนำร่องบริการสาธารณสุขทางไกลและระบบการแพทย์ทางไกล (Telehealth/Telemedicine) ในหน่วยบริการที่มีความพร้อม บริการส่งยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยที่บ้านทางไปรษณีย์เฉพาะผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ขยายเพิ่มเติมปี 2564 จากโครงการปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2563

นายอนุทิน กล่าวว่า บริการด้านยาและเวชภัณฑ์สำหรับร้านยา หรือ “โครงการรับยาใกล้บ้าน” เพิ่มเติมจัดบริการในรูปแบบที่ 3 ให้ร้านยาสำรองยาเองร่วมกับองค์การเภสัชกรรม เพิ่มจำนวนบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปี 2564 จากสถานการณ์โควิด-19 ที่คาดว่าจะมีความต้องการของกลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นประมาณ 2.36 ล้านราย จากเดิมที่มีจำนวน 4.16 ล้านราย และบริการตรวจทางห้องปฏิบัติการนอกหน่วยบริการเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดัน ไม่ต้องเดินทางมารับบริการที่โรงพยาบาล โดยครอบคลุมรวมถึงบริการเจาะเลือดและขนส่งตัวอย่าง ประมาณการณ์ปี 2564 มีจำนวนบริการ 941,700 ครั้ง อัตราค่าบริการ 200 บาทต่อครั้ง เป็นงบประมาณ 188.34 ล้านบาท   

ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ได้เพิ่มการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหาย ดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 เห็นชอบปรับอัตราจ่ายเงิน          ช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการสาธารณสุขที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการกรณีโควิด–19 จำนวน 2 เท่าจากอัตราเดิม และจำนวนผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น โดยปี 2563 ของบสนับสนุนเพิ่มเติม 60.47 ล้านบาท และปี 2564 ขอเพิ่มเติมอีก 87.39 ล้านบาท และเพิ่มเติมงบประมาณรองรับการเพิ่มจำนวนของผู้มีสิทธิบัตรทองจากภาวะว่างงาน โดยปี 2564 คาดว่าจะมีจำนวน 990,750 คน ย้ายมาจากสิทธิประกันสังคมเหตุว่างงาน ซึ่งได้คำนวณจากอัตราเหมาจ่ายรายหัวตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 จำนวน 3,719.23 บาทต่อผู้มีสิทธิ รวมเป็นงบประมาณที่ต้องเพิ่มเติม 3,684.82 ล้านบาท  

“บอร์ด สปสช.ได้เห็นชอบหลักการตามข้อเสนอนี้ พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องเกณฑ์ราคาค่าบริการในบางรายการ เช่น ค่าตรวจเชื้อห้องปฏิบัติการ ค่าชุดป้องกันการติดเชื้อ เป็นต้น โดย สปสช.จะนำไปทบทวนราคาเพื่อให้เกิดการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ขณะที่รายการบริการใหม่ในรูปแบบ New Normal ทั้งระบบการแพทย์ทางการ การส่งยาไปรษณีย์ รับยาใกล้บ้าน จะมีการติดตามการดำเนินการและประเมินประสิทธิผล นอกจากนี้จะมีการทบทวนงบประมาณในรายการบริการที่ลดลงจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงการกระจายงบประมาณปี 2564 ต่อไป” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์

Categorie: Thailandia

ททท.มั่นใจ “โรดทริป” บูมรับรัฐผ่อนคลายด้านท่องเที่ยว

4 ore 37 min fa

ททท.เผย “โรดทริป” จะมาก่อน หลังผ่อนคลายท่องเที่ยวในประเทศ เชื่อจะเปิดตัวยังต้องระมัดระวังเป็นขั้นตอน ท่องเที่ยวเข้าสู่นิวนอร์มใหม่ ระบบจองทวีความสำคัญ ส่วนการยกเลิกมาตรการกักตัว 14 วัน ยังต้องพิจารณาหลายปัจจัย ในประเทศเริ่มจากจังหวัดที่ไม่มีรายงานระบาด 28 วันขึ้นไป ต่างประเทศอาจต้องจับคู่ท่องเที่ยวเฉพาะประเทศ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวในประเทศก็คือว่าผ่อนคลายลงมากแล้ว โดยการเปิดร้านอาหาร อุทยานประวัติ หรือการอนุญาตให้มีการเดินทางข้ามจังหวัดก็คือการเปิดเดินทางท่องเที่ยวในสเตปหนึ่งแล้ว สอดคล้องกับที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าการเดินทางในช่วงแรกจะเป็นลักษณะโรดทริปหรือการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถยนต์

นอกจากนั้น ในวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ททท.ได้หารือร่วมกับสายการบินต่างๆ เรื่องการกลับมาเปิดบิน การท่องเที่ยวต้องระมัดระวังเป็นขั้นตอน โดยเชื่อว่าจะเปิดให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามาในไตรมาสที่ 4 โดยจะเป็นกลุ่มนักธุรกิจก่อน รวมถึงเชื่อว่าการท่องเที่ยวจะกลับเข้ามาในรูปแบบนิวนอร์มใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกอย่างจะต้องเข้าสู่ระบบการจองทั้งหมด

แม้ในอนาคตการห้ามเดินทาง ห้ามเคลื่อนย้ายคน ห้ามรวมคนจำนวนมากจะยกเลิกทั้งหมด แต่จนกว่าจะมีการวัคซีนสิ่งที่จะยังมีอยู่แน่นอนคือการรักษาระยะห่างทางสังคมที่จะนำมาสู่การจำกัดจำนวนคน ดังนั้น มาตรการ BEST (Booking, Environmetal enthusias, Safety, Technology) จะยิ่งทวีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นระบบการจอง การดูแลสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความปลอดภัย ระบบการจดจำใบหน้า ระบบเสมือนจริง และระบบติดตามนักท่องเที่ยว ฯลฯ

ส่วนการยกเลิกมาตรการกักตัว 14 วันนั้นมีส่วนที่จะต้องพิจารณา 2 ส่วน ได้แก่ การท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งยังมีบางพื้นที่ยังมีมาตรการกักตัว 14 วันตามคำสั่งขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ จังหวัดภูเก็ต โดยในส่วนนี้ก็อาจจะต้องอนุญาตให้มีการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ไม่มีรายงานการระบาดในรอบ 28 วันหหรือไม่มีการระบาดเลย

ส่วนที่ 2 การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ต้องรอดูว่าสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ว่าจะอนุญาตให้มีการบินในเส้นทางระหว่างประเทศเมื่อไร รวมถึงต้องพิจารณาร่วมด้วยว่าประเทศที่ถูกประกาศให้เป็นโรคระบาดร้ายแรงจะถูกปลดจากลิสต์เมื่อไร โดยกรณีนี้จะต้องพิจารณาหลายปัจจัย ในอนาคตอาจจะมีการเปิดให้ท่องเที่ยวบางพื้นที่ (selective open) โดยจับคู่ประเทศที่จะเปิดให้เดินทางมาประเทศไทยและอนุญาตให้ไทยมีการเดินทางไป อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เวียดนาม แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องดูว่าคนไทยพร้อมที่จะรับนักท่องเที่ยวได้หรือไม่

Categorie: Thailandia

“เอไอเอส” การันตี ข้อมูลส่วนบุคคลลูกค้า “ไม่รั่วไหล”

4 ore 46 min fa

รายงานข่าวจากบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ระบุว่า ตามที่มีการรายงานข่าวในต่างประเทศเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลลูกค้าเอไอเอส บริษัทขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า แต่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตในภาพรวมบางส่วน และไม่ใช่ข้อมูลที่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายด้านการเงินหรือด้านอื่นๆ

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าสายงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า ในกรณีนี้เกิดจากการทดสอบเพื่อปรับปรุงคุณภาพเครือข่ายที่มีขึ้นในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และภารกิจดังกล่าวได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีลูกค้ารายใดได้รับผลกระทบทั้งด้านการเงินและ ด้านอื่นๆอย่างแน่นอน

“เอไอเอสให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ที่ผ่านมาเรามีการปฏิบัติตามและทบทวนขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดตามมาตรฐานระดับสากลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องขออภัยที่อาจทำให้ลูกค้าเป็นกังวลใจจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้เอไอเอสได้แก้ไขปรับปรุงขั้นตอนการใช้ข้อมูลเพื่อทดสอบบริการ เรียบร้อยแล้ว ท้ายที่สุดขอให้ลูกค้าและประชาชนโปรดมั่นใจและเชื่อมั่นในมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่บริษัทดำเนินการมาโดยตลอด”

Categorie: Thailandia

ไต้หวันเตรียมยกเลิกสิทธิพิเศษฮ่องกง หลังจีนพิจารณากฎหมายความมั่นคง

4 ore 51 min fa

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานในวันนี้ (25 พ.ค. 2020) อ้างคำกล่าว “ไช่ อิงเหวิน” ประธานาธิบดีของไต้หวัน ซึ่งระบุว่าทางไต้หวันเตรียมถอดสถานะพิเศษที่มอบให้กับเกาะฮ่องกงสำหรับการอนุญาตให้ชาวฮ่องกงสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวและมาลงทุนในไต้หวัน ภายหลังรัฐบาลปักกิ่งพิจารณาร่างกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ซึ่งจะเป็นการลิดรอนเสรีภาพของฮ่องกง

โดยรายงาน ระบุว่า ไต้หวันได้มอบสิทธิพิเศษให้กับชาวฮ่องกงและมาเก๊าในการเดินทางมาท่องเที่ยวและมาลงทุนในไต้หวันที่ง่ายดายกว่าชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ชี้ว่า หากสถานการณ์ของฮ่องกงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางไต้หวันจะยกเลิกสิทธิพิเศษนี้

ในกรณีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลไต้หวัน เปิดเผยว่า คำกล่าวของนางไช่ อิงเหวิน มีจุดประสงค์หมายถึงการร่างกฎหมายความมั่นคงในฮ่องกงฉบับใหม่ของรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งหากกฎหมายดังกล่าวได้รับการอนุมัติจะส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและฮ่องกงเปลี่ยนไป ดังนั้นทางการไต้หวันจึงจำเป็นต้องยกเลิกสิทธิพิเศษที่มอบให้กับฮ่องกง

Categorie: Thailandia

ติวเข้ม! ส.ส.พลังประชารัฐ 30 คน “อุตตม” รับศึกอภิปรายพ.ร.ก.กู้เงิน

4 ore 53 min fa

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมวายุภักษ์ 4 กระทรวงการคลัง นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้พรรคประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ร่วมประชุมให้ความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.ก. 3 ฉบับวงเงิน 1.9 ล้นล้านบาทซึ่งรัฐบาลเสนอให้นำมาใช้เพื่อดูแลและเยียวยา ฟื้นฟู และรับมือกับโควิด-19 ทั้งนี้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พลังประชารัฐประมาณ 30 คน

นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณ (สบน.) ฯลฯ เข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับพ.ร.ก.กู้เงิน ทั้ง 3 ฉบับ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน จำนวน 1 ล้านล้านบาท และอีก 2 ฉบับ เป็นอำนาจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แบ่งเป็น พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ และพ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

นายอุตตม กล่าวว่า ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐประมาณ 30 คนแจ้งความจำนงว่าอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ทั้ง 3ฉบับ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ระหว่าง วันที่ 27-31 พ.ค.นี้ จึงได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลอย่างละเอียด และเปิดโอกาสให้ส.ส.ได้ซักถาม สำหรับซึ่งสิ่งที่ ส.ส. สนใจถามมากที่สุด คือ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท และพ.ร.ก.ซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาทของธปท.

“เบื้องต้น มีความพร้อมที่จะชี้แจงถึงพ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ และไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการอภิปราย พร้อมจะอธิบายถึงข้อสงสัยต่างๆ ได้ ส่วนที่มีการวิจารณ์เรื่องเงินกู้ก้อนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 4 แสนล้านบาท จะเป็นการตีเช็คเปล่านั้น ยืนยันว่าการขอใช้งบประมาณมีกรอบที่ชัดเจน และวันนี้ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้มีการประชุมชี้แจงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว” นายอุตตม กล่าว

ทั้งนี้ ยังไม่มีการขอใช้งบประมาณในส่วน 4 แสนล้านบาทเข้ามา เนื่องจากหน่วยงานต่างๆ กำลังจัดทำโครงการ ส่วนการใช้งบประมาณจัดซื้อจัดจ้างจะใช้ระเบียบการเบิกจ่ายในงบประมารปกติ รวมถึงยังเปิดให้มีการตรวจสอบการใช้เงินกู้ ยืนยันว่าการดำเนินการโปร่งใส และตรวจสอบได้

Categorie: Thailandia

ACAP แจงเหตุเบี้ยวหนี้หุ้นกู้ 300 ล้าน จากผลกระทบโควิด-19

4 ore 55 min fa

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า บมจ.เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป (ACAP) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กรณีผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ ว่า ตามที่หุ้นกู้ของบริษัทฯ รุ่น ACAP20NA ครบกำหนดชำระดอกเบี้ยวันที่ 25 พ.ค.63 นั้น บริษัทฯ ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ได้ โดยสาเหตุเกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ได้รับชำระเงินจากลูกหนี้ตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากลูกหนี้ทั้ง 2 รายถูกชะลอการพิจารณาเงินกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ ทรัพย์สินรอการขายของบริษัทฯ ยังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยเช่นกัน โดยส่งผลให้นักลงทุนจากฮ่องกงต้องเลื่อนกำหนดการบินเข้ามาดูทรัพย์สินออกไปอย่างไม่มีกำหนด

จากสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่เอื้ออำนวยให้บริษัทฯ สามารถแก้ไขปัญหากระแสเงินสดได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ตระหนักดีว่าเหตุผิดนัดชำระดอกเบี้ยครั้งนี้ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นกู้เกิดความวิตกกังวล ซึ่งบริษัทฯ ยังคงให้ความเชื่อมั่นต่อท่านว่ามูลค่าลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและมูลค่าทรัพย์สินรอการขายของบริษัทฯ รวมกันมีมูลค่าสูงกว่าหนี้สิน และเพียงพอที่จะชำระหนี้หุ้นกู้ได้ครบถ้วน

เมื่อสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจเริ่มคลี่คลาย บริษัทฯ จะเร่งแก้ไขสภาพคล่องให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติโดยเร็วที่สุด และจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นกู้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ระบุรายละเอียดของหุ้นกู้รุ่น ACAP20NA ดังนี้

– ผู้ออกหุ้นกู้ บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

– ชื่อและประเภทของตราสารหนี้ หุ้นกู้ของ บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 4/2561 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2563 ที่ผู้ออกหุ้นกู้สามารถไถ่ถอนได้ก่อนครบกำหนด(ACAP20NA)

– วันออกตราสาร 23 พฤศจิกายน 2561

– วันครบกำหนด 23 พฤศจิกายน 2563

– จำนวนที่เสนอขาย 294,100,000 บาท

– จำนวนที่ยังไม่ไถ่ถอน 294,100,000 บาท

– จำนวนเงินดอกเบี้ยที่ผิดนัด 4,713,657.53 บาท

Categorie: Thailandia

ท่าอากาศยานไทยวืดรับโอน-บริหาร 4 สนามบินภูธร

5 ore 26 sec fa

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การหารือกับกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการโอนสนามบินของ ทย.ไปให้ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) บริหารยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

โดยอยู่ระหว่างรอประกาศกระทรวงคมนาคม ที่จะแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางการโอนสนามบิน จะมีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ส่วนกรรมการจะประกอบไปด้วยตัวแทนจาก ทย., ทอท., คณะกรรมการกฤษฎีกา, สำนักงบประมาณ และกรมธนารักษ์ เป็นต้น ซึ่งการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวสืบเนื่องจากการหารือระหว่างตนกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าจะเริ่มประชุมกันภายในสัปดาห์นี้

@เปิด 3 โมเดลโอนสนามบิน

สำหรับแนวทางการโอนสนามบินให้ ทอท.บริหาร ตามที่ ทย.เคยศึกษาไว้มี 3 โมเดล ประกอบด้วย

1.โอนให้ ทอท.เป็นผู้บริหารสนามบินทั้ง 4 แห่งทันที ประกอบด้วย สนามบินบุรีรัมย์ สนามบินกระบี่ สนามบินอุดรธานี และสนามบินแม่สอด ซึ่งทำไม่ได้ เพราะสถานะหนึ่งของ ทอท.เป็นบริษัทเอกชนไปแล้ว การจะนำทรัพย์สินของราชการไปให้เอกชนบริหารมีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย

2.การจ้าง ทอท.บริหาร ทางเลือกนี้ดูไม่เหมาะสม เพราะยังต้องใช้คนและทรัพยากรของ ทย. ในการบริหารจัดการ ซึ่งอาจจะทำให้ต้นทุนต่างๆ ของ ทย. สูงขึ้น

และ 3.การเปิดให้เช่าสนามบิน ซึ่งทรัพย์สินต่างๆ ยังเป็นของ ทย.บุคลากรที่ขาดก็สามารถเพิ่มเติมเข้ามาใช้ในเนื้องานที่ ทย. ยังขาดแคลนได้ พร้อมกันนี้ยังได้ค่าเช่าเพื่อนำไปใช้พัฒนาสนามบินอื่นๆของ ทย.ได้ด้วย

ทั้งนี้ สิ่งที่ตนอยากจะฝากกับคณะกรรมการที่จะแต่งตั้งนี้ 1.นโยบายการพัฒนามีความสำคัญ จะคิดมุมใดมุมหนึ่งไม่ได้ การบริหารของรัฐจะต้องยึดกฎหมายเป็นสำคัญ 2.การโอนสนามบินจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อสั่งการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2561 คือต้องถูกกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ขอย้ำว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่งให้ตีเช็คเปล่าทำอะไรก็ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ส่วนจะศึกษาเสร็จเมื่อใดนั้นคาดว่าคงไม่เกินปีนี้

@เปิดกว้าง PPP โมเดล “อู่ตะเภา”

ส่วนทั้ง 3 รูปแบบที่ได้มา เป็นเพียงผลศึกษาเบื้องต้นโดย ทย.เท่านั้น ยังไม่ได้สรุปเป็นทางการ คณะกรรมการชุดดังกล่าวอาจจะมีทางเลือกที่ 4 ขึ้นมาก็ได้ เช่น ถ้าผลการศึกษาให้ทำ PPP ทอท.ก็ยังเข้ามาร่วมแข่งขันได้ เพราะไม่มีกฎหมายจำกัดเอาไว้ หรืออาจจะเปิด PPP แบบ International Bidding เช่นเดียวกับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ของอีอีซีก็ได้ เพราะรัฐได้ผลประโยชน์จากเอกชนสูงถึง 305,555 ล้านบาท เป็นต้น แต่เมื่อมีข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้โอนสนามบินให้กับ ทอท. เท่านั้น ก็อาจจะพลิกแพลงไปใช้วิธีที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น แต่ต้องดูกฎหมายให้รอบคอบ

@ชงนายกฯภายใน 1-2 เดือน

ด้านนายทวี เกศิสำอาง อธิบดี ทย. กล่าวว่า ทางเลือกการเช่ามีข้อดีคือ ทรัพย์สินเมื่อดำเนินการเช่าแล้วเสร็จก็จะเป็นของ ทย.เหมือนเดิม และเบื้องต้นวางไว้ว่าจะเช่าในระยะยาว โดยผู้เช่าจะต้องลงทุนในการดำเนินการ เช่น กรณีขยายสนามบิน หรือการพัฒนาด้านอื่น เช่น การหารายได้ต่างๆ ซึ่ง ทย.ทำได้จำกัดมาก เนื่องจากไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ จึงติดข้อกฎหมายหลายฉบับ การเปิดให้เช่าจะทำให้การพัฒนาคล่องตัวกว่า คาดว่าจะดำเนินการศึกษารูปแบบการโอนสนามบินให้ชัดเจนก่อน จึงจะต้องนำเรียนนายกรัฐมนตรีรับทราบ โดยคาดว่าจะเวลาไม่เกิน 1-2 เดือนนับจากนี้ โดยจะมีการประชุมนัดแรกวันที่ 29 พ.ค.นี้ โดย ทย.ก็มีการศึกษาไว้บ้างแล้ว

 

Categorie: Thailandia

ผลิตรถ-จยย.ต่ำสุดรอบ 30 ปี สภาอุตชงรัฐเยียวยาทุกยี่ห้อ

5 ore 8 min fa
โควิดทุบอุตฯรถยนต์อ่วม สภาอุตฯเผยยอดผลิตต่ำสุดในรอบ 30 ปี เฉพาะเดือนเมษายนทำได้แค่ 24,711 คัน ตก 83% เทียบปีก่อน ส่วนยอดขายลดลง 65%


นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยผลิตรถยนต์เดือนเมษายนได้ 24,711 คัน ลดลง 83.55% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากค่ายรถยนต์หยุดไลน์ผลิตหนีไวรัสโควิด-19 และถือเป็นการผลิตต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี

“ยอดผลิตรถ 4 เดือนแรกมีจำนวน 478,393 คัน ก็ลดลงถึง 32.78% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว”

ส่วนยอดผลิตรถจักรยานยนต์เดือนเมษายน ทำได้ 83,097 คัน ลดลงจากปีก่อน 50.92% แยกเป็น รถจักรยานยนต์สำเร็จรูป 63,517 คัน ลดลงจากปีก่อน 53.08% และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ 19,580 คัน ลดลงจากปีก่อน 42.28%

ขณะที่ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม-เมษายน 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 708,699 คัน ลดลงจากปีก่อน 16.02%

นายสุรพงษ์กล่าวถึงยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนเมษายน 2563 รัฐบาลมีมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ประชาชนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ การขายรถยนต์ทำได้เพียง 30,109 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 65.02% ซึ่งผลกระทบดังกล่าว ทั้งภาครัฐและเอกชนกำลังหามาตรการผลักดันให้ตลาดกลับมาฟื้นตัวด้วยความรวดเร็ว

Categorie: Thailandia

ดอลลาร์แข็งค่า หลังนักลงทุนกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

5 ore 30 min fa

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 25 พฤษภาคม  2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/5) ที่ระดับ 31.92/94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (22/5) ที่ระดับ 31.88/90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลา์ปรับตัวในทิศทางแข็งค่าหลังนักลงทุนหันเข้าถือเงินดอลลาร์ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีนที่มากขึ้น หลังนายหวัง เฉิน รองประธานคณะกรรมาธิการประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ได้เสนอกฎหมายใหม่ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (22/5) ระบุให้ฮ่องกงต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติโดยเร็ว ภายใต้รัฐธรรมมนูญฉบับย่อซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง

ซึ่งก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของสหรัฐและจีนเริ่มตึงเครียดมากขึ้น จากทางด้านวุฒิสภาสหรัฐได้มีมติในการอนุมัติร่างกฎหมายบริษัทสัญชาติจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐ จะถูกถอดถอนออกจากตลาดและอาจทำให้บริษัทจีนไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐได้ในอนาคต อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยล่าสุดนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวปราศรัยในที่ประชุมวันศุกร์ (22/5) ว่าการพยากรณ์เศรษฐกิจของสหรัฐต่อจากนี้จะลำบาก เนื่องจากปัจจัยที่ไม่สามารถคาดการณ์มีมากขึ้น ไม่เพียงแต่คาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจของสหรัฐ แต่รวมไปถึงหลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ การจ้างงานและภาคการบริโภคจะตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เป็นอยู่อย่างไร

จากการปราศรัยครั้งนี้นายเจอโรม พาวเวล ไม่ได้ส่งสัญญาณต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคตแต่อย่างไร อย่างไรก็ตามนายริชาร์ด คลาริต้า รองประธานกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวในที่ประชุมว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้เครื่องมือทั้งหมดเพื่อปกป้องเศรษฐกิจสหรัฐ และส่งเสริมการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.88-32.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.96/98 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/5) ที่ระดับ 1.0897/01 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (22/5) ที่ระดับ 1.0891/95 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินยูโรอ่อนค่าจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปเดือนเมษายนคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในยูโรโซนอาจไม่สามารถฟื้นตัวได้โดยเร็ว คณะกรรมการกำหนดนโยบายได้ตัดสินใจในที่ประชุมเพื่อลดเงื่อนไขของเงินกู้ยืมระยะยาวของธนาคารพาณิชย์และนำเสนอเครื่องมือเพื่อเพิ่มสภาพคล่องแบบใหม่

ทั้งนี้ในการประชุมเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าจะมีการปรับเพิ่มวงเงินสำหรับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ เช่น โครงการเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติม โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปจะเพิ่มโครงการเข้าซื้อพันธบัตรฉุกเฉินมูลค่า 750 พันล้านยูโร (815 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าหลังสำนักงานสถิติแห่ชาติของเยอรมนีรายงานถึงการหดตัวของภาคการลงทุน การบริโภคส่วนบุคคลและภาคการส่งออกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เยอรมนีเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยภาคการลงทุนหดตัว 6.9%, การบริโภคส่วนบุคคลหดตัว 3.2% และการส่งออกหดตัว 3.1% ในไตรมาส 1/63 โดยทั้งหมดเมื่อนำมาคำนวณเป็นการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเยอรมนี (GDP) หดตัว 2.2% ในไตรมาส 1/63 หดตัวสูงสุดตั้งแต่การรมประเทศของเยอรมนีในปี 2533 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0870-1.0901 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่สุดับ 1.0888/90 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (22/5) ที่ระดับ 107.64/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (22/5) ที่ระดับ 107.47/49 เยน/ดอลลาร์ ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงหลังดัชนีราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่น เดือนเษยนเผยหดตัวกว่าที่คาดการณ์และหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของค่าเงินเยนยังคงถูกจำกัดจากธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ขยายกำหนดเวลาโครงการเข้าซื้อตราสารหนี้ภาคเอกชน ไปจนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 เพื่อต่อสู้กับผลกระทบทางศรษฐกิจที่เกิดจากไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 107.52-107.77 เยน/ดอลลาร์หรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.73/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ เดือนพฤษภาคม (26/5), ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐเดือนเมษายน (26/5), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย เดือนเมษายน (27/5), การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของสหรัฐไตรมาส 1/63 (28/5), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐเดือนเมษายน (28/5), ยอดขายบ้านที่รอปิดการขายของสหรัฐเดือนเมษายน (28/5), จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (28/5), ดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมนี เดือนพฤษภาคม (28/5), ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐานของสหรัฐ เดือนเมษายน (29/5), ดัชนราคาผู้บริโภคของยูโรโซนเดือนพฤษภาคม (29/5), ดัชนียอดค้าปลีกของญี่ปุ่น เดือนเมษายน (29/5), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเดือนเมษายน (29/5), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเดือนพฤษภาคม (29/3), ดัชนียอดค้าปลีกของเยอรมนี เดือนเมษายน (29/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.45/+0.65 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.30/+1.40 สตางค์/ดดอลลาร์สหรัฐ

Categorie: Thailandia

“คมนาคม” ถอนด่วน 4 ชื่อร่วมคณะ “วิษณุ” ฟื้นฟูบินไทย

5 ore 32 min fa

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังจำหน่ายหุ้น 3.17% ให้แก่กองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง ส่งผลให้การบินไทยพ้นจากความเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับของกระทรวงคมนาคมแล้วนั้น เมื่อคืนนี้ (24 พ.ค.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้โทรศัพท์มาแจ้งให้ถอนการเสนอรายชื่อในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่จะเสนอเป็นคณะทำงานของกระทรวงคมนาคมที่จะเข้าไปร่วมกับคณะทำงานที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายเป็นประธานออกมาก่อน

ตอนนี้จึงต้องรอให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของการบินไทยทำหนังสือมอบอำนาจให้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้กำกับแผนฟื้นฟู ถ้าทางนั้นไม่มอบหมายก็จบ ส่วนโอกาสที่จะมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมมีมากแค่ไหน ตนไม่ทราบ เพราะตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ จะตั้งคณะทำงานเหมือนก่อนหน้านี้หรือไม่ เพราะอย่าลืมว่ามติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนหน้านี้ท่านเสนอให้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้กำกับแผนฟื้นฟู

“เมื่อไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจแล้วก็จะขาดจากการดูแลโดยคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ทันที จึงกลายเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้ถือหุ้นในการบินไทยและตัวการบินไทยเองที่จะต้องตัดสินใจตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 2535 ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ตั้งรองวิษณุเป็นคณะทำงานแล้ว”

สำหรับ 4 รายชื่อในสัดส่วนของกระทรวงคมนาคมที่จะมีการเสนอให้เป็นคณะทำงานในชุดของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีประกอบด้วย 1.นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 2.นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม 3.นายชยธรรม์ พรหมศร ผอ.สนข. และ 4.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

Categorie: Thailandia

เตรียมชง ศบค. เปิดเทอม “นานาชาติ” 1 มิ.ย. โรงเรียนรัฐเปิด 1 ก.ค.

5 ore 33 min fa

รมว.ศึกษาธิการ เผยเตรียมชง ศบค. พิจารณาเปิดโรงเรียนนานาชาติ 1 มิ.ย. ยืนยันโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ยังเปิดเทอม 1 ก.ค. ตามเดิม ส่วนโรงเรียนเอกชนต้องรอพิจารณาอีกครั้ง

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวกับผู้สื่อข่าววันนี้ว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้จัดทำข้อเสนอให้ พิจารณาเปิดภาคเรียนสำหรับ โรงเรียนนานาชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ซึ่ง ศธ. จะเสนอให้ ศบค. พิจารณาต่อไป ตามรายงานของข่าวสด

นายณัฏฐพล ระบุว่า สำหรับโรงเรียนอื่น ๆ จะเสนอให้ ศบค. พิจารณาเปิดเทอมในวันเดียวกันหรือไม่นั้น ตนขอดูความเหมาะสมก่อน เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ดังนั้นจะต้องศึกษาถึงแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ในสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

รมว.ศึกษาธิการ อธิบายเพิ่มเติมว่า ในส่วนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังยืนยันกำหนดการเปิดเทอมตามเดิม คือ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เพราะขณะนี้โรงเรียนของ สพฐ. อยู่ระหว่างการรับนักเรียน ม.1 และ ม.4 ที่จะสอบเข้าระหว่างวันที่ 7-8 มิถุนายนนี้ ดังนั้น การเปลี่ยนกำหนดการอาจจะทำให้นักเรียนและผู้ปกครองสับสนได้

นายณัฏฐพล อธิบายด้วยว่า ทุกเรื่องขณะนี้จะต้องผ่านการพิจารณาของ ศบค. โดย ศธ. ไม่สามารถดำเนินการได้เลย และทุกอย่างต้องดูความเหมาะสมในการเตรียมความพร้อม ความปลอดภัยของนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรในโรงเรียน แม้จะอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยก็ตาม

ก่อนหน้านี้ นิด้าโพล ได้สำรวจความเห็นเกี่ยวกับการเรียนการสอนออนไลน์ โดยพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเกือบร้อยละ 50 ไม่เห็นด้วยและต้องการให้เปิดเรียนได้แล้ว

ทั้งนี้ ศธ. ได้เริ่มทดสอบระบบการเรียนการสอนออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ DLTV.ac.th และช่องทางอื่นๆ ตั้งแต่วัน 18 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยในช่วงที่ผ่านมามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ทั้งด้านความเหมาะสมของเนื้อหาและภาระด้านค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองหลายคนต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เพิ่มสำหรับบุตรหลายในการเรียนออนไลน์

Categorie: Thailandia

สนามกีฬาประชานิเวศน์ประกาศขยายเวลาเปิดให้บริการ

5 ore 36 min fa

วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ ได้แจ้งขยายเวลาการเปิดให้บริการ โดยได้โพสต์เอกสารระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม กิจกรรมต่างๆ ได้แก่ 1.กิจกรรม เดิน-วิ่ง เปิดเวลา 06.00 – 09.00 น. และ 15.00 – 19.00 น.

2.กิจกรรมเสริมสร้างสมรรถภาพ กลางแจ้ง เปิดเวลา 06.00 – 09.00 น. และเวลา 15.00 – 19.00 น. โดยให้ใช้บริการแบ่งเป็นรอบ รอบละ 10 คน ๆ ละ 1 ชั่วโมง

  • รอบเช้าเวลา 06.00 – 09.00 น.
  • รอบบ่ายเวลา 15.00 – 19.00 น.

3.สระว่ายน้ำ เปิดเวลา 06.00 – 09.00 น. และเวลา 15.00 – 19.00 น. โดยให้ใช้บริการแบ่งเป็นรอบ รอบละ 16 คน (หัวสระ 8 คน / ท้ายสระ 8 คน ให้ว่ายวนขวาสลับกัน) วันอาทิตย์ปิดให้บริการ

  • รอบเช้าเวลา 06.00 – 07.00 น.
  • รอบเช้าเวลา 07.00 – 08.00 น.
  • รอบเช้าเวลา 08.00 – 09.00 น.
  • รอบบ่ายเวลา 15.00 – 16.00 น.
  • รอบบ่ายเวลา 16.00 – 17.00 น.
  • รอบบ่ายเวลา 17.00 – 18.00 น.
  • รอบบ่ายเวลา 18.00 – 19.00 น.

หมายเหตุ

1.สมาชิกที่ใช้บริการสระว่ายน้ำ จะต้องเป็นสมาชิกของศูนย์กีฬาประชานิเวศน์และจะต้องเสียค่าบริการลงสระว่ายน้ำ

**สมัครสมาชิกสระว่ายน้ำใช้เอกสาร บัตรประชาชนตัวจริง และ ใบรับรองแพทย์

แจ้งสมาชิกทราบ ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ขยายเวลาการเปิดกิจกรรมเพิ่มเติม รอบเช้า 06.00 – 09.00 น. รอบบ่าย 15.00 – 19.00 น.ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2563

โพสต์โดย ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ เมื่อ วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2020

Categorie: Thailandia

รถไฟฟ้าสายสีเขียว เปิดเพิ่ม 4 สถานี “กรมป่าไม้-วัดพระศรีฯ” 4 มิ.ย. นี้

5 ore 41 min fa

วันที่ 4 มิ.ย. นี้ รถไฟฟ้าสายสีเขียว เตรียมเริ่มเดินรถเพิ่มอีก 4 สถานี ได้แก่ สถานีกรมป่าไม้ สถานีบางบัว สถานีกรมทหารราบที่ 11 และสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ 

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 11/2563 เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร

โดยที่ประชุมฯ รับทราบการเตรียมความพร้อมในการเปิดเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว หมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต จากสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (N 13) – สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (N 17) เพิ่มอีก 4 สถานี ประกอบด้วย สถานีกรมป่าไม้ สถานีบางบัว สถานีกรมทหารราบที่ 11 และสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเปิดทดลองเดินรถในวันที่ 4 มิ.ย.63

นอกจากนี้ยังมีรายงานความคืบหน้าการจัดทำสวนสาธารณะลอยฟ้า บริเวณช่องกลางสะพานพระปกเกล้า สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ หรือสะพานด้วน ซึ่งเป็นการปรับปรุงโครงสร้างเดิมของรางรถไฟฟ้าลาวาลินที่ถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์มานานกว่า 30 ปี ให้กลายเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้า ที่มีทางเดินและทางจักรยานอยู่ด้วย ความยาว 280 เมตร เชื่อมการสัญจรฝั่งธนบุรีเข้ากับฝั่งพระนคร

โดยกรุงเทพมหานครได้เปิดให้มีการประกวดตั้งชื่อสวนสาธารณะลอยฟ้าดังกล่าว ขณะนี้คณะกรรมการได้คัดเลือกชื่อเรียบร้อยแล้ว จะใช้ชื่อว่า “สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา” (Chao Phraya Sky Park) โดยในวันศุกร์ที่ 29 พ.ค.นี้ เวลา 19.30 น. จะตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้ง

ทั้งนี้สวนลอยฟ้าดังกล่าวจะแล้วเสร็จประมาณต้นเดือน มิ.ย. 63 และกรุงเทพมหานครจะเชิญนายกรัฐมนตรีมาเปิด “สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา” ให้ประชาชนได้ใช้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือน มิ.ย. 63

พร้อมกันนี้ยังรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการขุดลอกคู คลองต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมความพร้อมรับน้ำฝนในช่วงฤดูฝนว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กรุงเทพมหานครดำเนินการใน 95 คลอง ขณะนี้สำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตได้ดำเนินการตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา จำนวน 17 คลอง คาดว่าทั้ง 17 คลองนี้ ทั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจึงจะแล้วเสร็จ ซึ่งกรุงเทพมหานครสามารถดำเนินการได้เองประมาณ 30 กว่าคลอง ส่วนอีก 60 คลองที่เหลือจะต้องขอจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อดำเนินการต่อไป

Categorie: Thailandia

“รมว.พิพัฒน์” หารือ ศบค.ปลดล็อกท่องเที่ยวทั่วประเทศ 1 มิถุนายนนี้

5 ore 47 min fa

“พิพัฒน์” เตรียมเสนอที่ประชุม ศบค.ศุกร์นี้ปลดล็อกท่องเที่ยวในประเทศทั้งหมด อนุญาตข้ามจังหวัด-เปิดโรงแรม-ร้านอาหาร-สถานที่ท่องเที่ยวยกแผง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคมนี้เตรียมที่จะนำวาระปลดล็อกการท่องเที่ยวภายในประเทศเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) เพื่อหาแนวทางในการปลดล็อกภาคธุรกิจท่องเที่ยวในวันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

โดยแนวทางดังกล่าวจะครอบคลุมการเปิดให้เดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด การเปิดโรงแรม การเปิดสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดให้มีผลสอดคล้องกับการเข้าสู่เฟสที่ 3 ในเดือนมิถุนายนนี้ และการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศโดยการแจกคูปองคนไทยเที่ยวไทย เพื่อส่งต่อรายได้สู่ผู้ประกอบการในเดือนมิถุนายน-กันยายนนี้

“สำหรับแนวทางการปลดล็อกนั้นเราจะเสนอให้แบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกจะอนุญาตให้มีการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคก่อน โดยจะทดลองเป็นเวลา 15 วัน ก่อนที่จะปลดล็อกให้มีการท่องเที่ยวทั่วประเทศในระยะที่ 2 ต่อไป” นายพิพัฒน์กล่าว

Categorie: Thailandia